เทคนิคการทำ Content Marketing ที่เป็นพื้นฐานของ SEO

เมื่อพูดถึงการทำตลาดออนไลน์ด้วย Content Marketing เป็นเทคนิคพื้นฐานการทำ SEO เพื่อให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจเกิดใหม่ที่ต้องการเปิดตัวให้คนสนใจติดตามทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น รู้ว่ามีจุดดีตรงไหนทำให้ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก ด้วยเหตุนี้ การทำเว็บไซต์ให้ดูดีมีข้อมูลน่าสนใจและเปิดให้คนเข้ามาค้นหาสิ่งที่ต้องการสะดวกสบาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SEO และการเขียนคอนเทนต์ที่น่าอ่านก็มีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ด้วยเช่นกัน บทความควรนำเสนอข้อมูลอย่างชัดเจนตรงประเด็น อธิบายเหตุผลว่าทำไมควรซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการนั้น การโพสต์เนื้อหาในบล็อก เว็บไซต์ และแบ่งปันบนโซเชียลมีเดียช่วยให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างรวดเร็วและเห็นผล

เนื้อหาของบทความเป็นส่วนสำคัญของ SEO

การเขียนเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญของ การทำ SEO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาและมีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ด้วย ทั้งนี้เทคนิคการเขียนเนื้อหาจะต้องมีวิธีที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากการแนะนำตัวอธิบายข้อมูลสินค้าหรือบริการให้ชัดเจน มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ถ้าเริ่มต้นได้ดีก็ไปได้สวย นอกเหนือจากมุ่งเป้าหมายหลักคือผู้ซื้อที่มีศักยภาพแล้ว คอนเทนต์ที่ดียังเพิ่มอัตราการเข้าชมและเพิ่มยอดขายของคุณได้เช่นกัน ยิ่งมีคนเข้าดูมากเว็บไซต์ก็จะปรากฏในผลการค้นหาบ่อยครั้งขึ้นและสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ของคุณมากขึ้น

เนื้อหาของ Content Marketing ต้องมีโปรไฟล์น่าสนใจ แนะนำตัวให้จำง่ายและไม่ซ้ำใคร เขียนบทความอย่างน้อย 4-5 เรื่องทำให้แบรนด์มีตัวตนจับต้องได้ หลังจากโพสต์บทความในเว็บไซต์ บล็อก และเฟซบุ๊กและเริ่มมีคนสนใจติดตามแล้ว ทำการอัปเดตข้อมูลโดยเขียนบทความอื่น ๆ อาจจะเขียนเกี่ยวกับหัวข้อที่คล้ายกันแต่นำเสนอในมุมอื่นหรือเพิ่มหัวข้อย่อย สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาและโพสต์บทความใหม่ได้ตลอดเวลาเพื่อให้เว็บไซต์มีการเคลื่อนไหวและคนติดตามอ่านต่อเนื่อง เพราะเนื้อหาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพนั้นมีความสำคัญในการทำ SEO ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งคือการใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นคำที่ใช้ค้นหาในกูเกิลทำให้ค้นหาสินค้าและบริการง่ายขึ้น แต่การใส่คีย์เวิร์ดจะต้องไม่มากเกินไปจนทำให้อ่านบทความไม่รู้เรื่องและทำลายคุณภาพของ Content Marketing

นอกจากการเขียนเนื้อหาจะมีคอนเซปต์ที่ชัดเจนและเขียนน่าอ่านดึงดูดคนให้คลิกเข้ามาดูเว็บบ่อย ๆ แล้ว ควรออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้ง่าย โครงสร้างเว็บไม่ซับซ้อน โหลดเร็ว รูปแบบบทความจะต้องอ่านบนหน้าจอมือถือขนาดเล็กได้สะดวก มีรูปภาพประกอบบทความที่สวยงามหรือคลิปวิดีโอสั้น ๆ น่าสนใจและไม่ทำให้เว็บโหลดช้า ทำให้ดูไม่น่าเบื่อเพราะมีแต่ตัวหนังสืออย่างเดียว ยิ่งคนติดใจเว็บมากเท่าไรก็มีโอกาสจะกลับมาดูบ่อยและแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียบอกต่อให้คนอื่น ๆ เข้ามาดูเว็บไซต์เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการติดตามผลลัพธ์ว่าคนเข้ามาเยี่ยมด้วยความสนใจเพิ่มตัวเลขผู้ชมมากแค่ไหน มียอดเพิ่มขึ้นหรือไม่ แสดงให้รู้ว่าคีย์เวิร์ดตรงกับการค้นหาของผู้บริโภคและประเมินได้ว่าการทำ SEO ประสบความสำเร็จมากเพียงใด

เนื้อหาของบทความเป็นส่วนสำคัญของ SEO

จะทำ SEO ต้องใช้ทุนเท่าไหร่ คุ้มค่าไหม

จะทำ SEO ต้องใช้ทุนเท่าไหร่ คุ้มค่าไหม?

ในปัจจุบันการทำ SEO เข้ามามีบทบาทในการทำการตลาดโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการโฆษณาอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้เงินลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย หากใครที่รู้วิธีในการทำอย่างดีอยู่แล้ว ก็สามารถลงมือทำเองโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท เป็นการลดต้นทุนไปได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ต้องทำใจแลกกับเวลาที่เสียไปด้วย แต่ถ้าทำไม่เป็นหรืออยากเอาเวลาไปสร้างสรรค์ผลงานอื่น ก็มีบริษัทที่รับทำเกี่ยวกับ SEO ไม่น้อย ซึ่งอัตราราคาก็แตกต่างกันดังนี้

ราคาการทำ SEO โดยประมาณ

ในหลาย ๆ บริษัทที่รับทำ SEO จะคิดอัตราราคาเพียงหลักพันบาทต่อเดือนเท่านั้น และก็ยังมีการการันตีด้วยว่าหน้าเว็บไซต์จะถูกดันขึ้นเป็นอันเท่าไหร่ภายในหนึ่งเดือน หากไม่เป็นไปตามนั้นก็ไม่คิดเงินอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นการแข่งขันในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ของผู้ประกอบการที่ลงทุนน้อยแต่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีนั่นเอง

หากใครที่มีแพลนจะทำ SEO ให้ติดอันดับแบบยาว ๆ หลายเดือนจะใช้วิธีเหมาจ่ายก็ได้ โดยปกติอัตราราคาจะอยู่ที่หมื่นต้น ๆ ต่อ 6 เดือน เฉลี่ยเป็นเดือน ๆ แล้วก็สามารถประหยัดงบประมาณได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งหากคิดจะทำ SEO ก็ขอแนะนำว่าให้ทำแบบระยะยาวจะดีกว่า เพราะหากทำต่อเนื่องเว็บไซต์จะเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถืออย่างมาก สามารถสร้างลูกค้าทั้งหน้าใหม่และรักษาลูกค้าหน้าเก่าได้เป็นอย่างดี

ความคุ้มค่าของการทำ SEO

ในปัจจุบันนี้หากเทียบการทำ SEO กับการโฆษณาในช่องทางอื่นที่ต้องใช้เงินหลักแสนหลักล้าน บางครั้งก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการทำ SEO เลย เพราะการทำ SEO คือการทำการตลาดที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด โดยอาศัย Keyword ที่ผู้คนนิยมใช้ในการค้นหาข้อมูลกันมากที่สุด อีกทั้งการทำ SEO ยังเป็นการสร้าง Content ดี ๆ มีคุณภาพ ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้มีผู้ติดตามเว็บไซต์อย่างเหนียวแน่นอีกด้วย

ไม่ว่าจะมองในมุมไหนการทำ SEO ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งยวด ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการโฆษณามากกว่าหนึ่ง อย่างน้อย ๆ ก็ควรจะมีการทำ SEO เป็นหนึ่งในวิธีการโฆษณาด้วย เพราะด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการทำ SEO ก็ต้องยอมรับว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนเป็นอย่างมาก ยอมเสียเงินหลักพันได้ผลตอบรับหลักล้าน ดีกว่าเสียเงินหลักล้านแต่ได้ผลลัพธ์หลักพัน

ราคาการทำ SEO โดยประมาณ

การทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ ควรทำลิงก์แบบไหนดี

การสร้างลิงก์เคยเป็นที่นิยมอย่างมากและถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทำ SEO เจ้าของเว็บไซต์และผู้ทำ SEO บางรายเชื่อว่าการสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บภายนอกเป็นเคล็ดลับสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ ทุกวันนี้การสร้างลิงก์ปริมาณมากและไม่มีคุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง การสร้าง Backlink มากเกินไปกลายเป็นผลเสีย ดูไม่มีมารยาท ไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งไปเชื่อมโยงกับลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพด้วยแล้ว นอกจากจะส่งผลเสียหายทำลายความน่าเชื่อถือของธุรกิจตนเองยังไม่พอ อาจถูกมองเป็นสแปมและโดนทำโทษจาก Google ปลดเว็บไซต์จากการจัดอันดับ มาดูกันว่าควรสร้างลิงก์แบบไหนที่ควรทำ

1.สร้างลิงก์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

เขียนบทความน่าอ่านและแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียทั้งหมด ทำรูปภาพและคลิปวิดีโอสั้น ๆ แนะนำเนื้อหาย่อของบทความที่ดึงดูดความสนใจ จากนั้นสร้างลิงก์ย้อนกลับมายังเว็บไซต์ให้ติดตามมาอ่านเพิ่มเติม รวมถึงการทำ Backlink ไปยังเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงเกี่ยวข้องกันวันละ 1-2 เว็บก็เพียงพอแล้ว เป็นการปฏิบัติตามกฎอย่างถูกต้องเหมาะสม จะกลายเป็นลิงก์ที่ทรงพลัง ทั้งได้รับประโยชน์และได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง

2.แลกลิงก์กับบล็อกเกอร์

ความร่วมมือระหว่างบล็อกเกอร์เป็นการแลกเปลี่ยนที่เป็นธรรมชาติอีกวิธีหนึ่ง โดยเว็บไซต์จะเผยแพร่เนื้อหาคอนเทนต์ในบล็อกของคนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนลิงก์ย้อนกลับไปยังเว็บไซต์ของตนเอง อย่าลืมว่าจะต้องเลือกเว็บที่มีเนื้อหาเดียวกันเท่านั้น ถ้าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพก็จะมีบล็อกเกอร์อื่น ๆ สนใจติดต่อเข้ามาขอแลกเปลี่ยนลิงก์ย้อนกลับมาจำนวนมากโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย เพราะการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมีผลต่อการมองภาพรวมของลิงก์และเว็บไซต์ของเรา จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย

3.ลิงก์โซเชียล

การใช้โซเชียลมีเดียควบคู่กับการทำเว็บไซต์เป็นประโยชน์ต่อการทำ SEO ให้ค้นหาเว็บง่ายและติดอันดับหน้าแรกใน Google โดยเฉพาะ Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีประโยชน์มากที่สุด รวมไปถึง Instagram, Line, Twitter และ LinkedIn สร้างช่องทางเชื่อมต่อให้ผู้คนที่เสพติดสื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงคอนเทนต์ง่ายขึ้น โดยเขียนเนื้อหาย่อของบทความกระตุ้นความสนใจให้คลิกเข้าไปอ่านต่อในเว็บไซต์ ทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.ลิงก์แสดงความคิดเห็น

ท้ายบทความควรมีส่วนที่แสดงความเห็นจากลูกค้าได้ ความคิดเห็นสะท้อนประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง เช่น รีวิวสินค้า เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อ ความเห็นในเชิงบวกทำให้ธุรกิจได้รับประโยชน์ ควรมีมีลิงก์ย้อนกลับในส่วนความคิดเห็นด้วยส่วนสำคัญของกระบวนการทำ SEO

5.สร้างโปรไฟล์ลิงก์หรือไดเรกทอรี

การสร้างโปรไฟล์ลิงก์หรือไดเรกทอรีเป็นเคล็ดลับของนักทำ SEO มืออาชีพเพราะสามารถทำลิงก์ย้อนกลับได้ง่าย โดยสมัครสมาชิกตามเว็บโซเชียลและเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ให้ข้อมูลการติดต่อ คำวิจารณ์และการให้คะแนนแก่ลูกค้า ไม่ต้องเขียนคำบรรยายมากนัก แค่ฝากลิงก์สร้างสะพานเชื่อมต่อไว้ อาจต้องอดทนและใช้เวลากว่าที่คนจะเห็นแล้วคลิกเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ถือว่ามีประโยชน์อย่างที่จะมองข้ามไม่ได้ ไม่เสียเวลาเปล่าแน่นอน

6.ลิงก์ที่ต้องเสียเงิน

การฝากโฆษณาไว้กับ Google เป็นลิงก์ที่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้โฆษณาติดอันดับดี ๆ และเกิดประโยชน์มหาศาลจากการเข้าไปอยู่ในหน้าแรก มีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร จ่ายตามจำนวนคลิก เป็นวิธีที่ดีในการโฆษณาให้คนรู้จักธุรกิจและช่องทางติดตาม โดยเฉพาะประโยชน์ในการค้นหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจและต้องการซื้อสินค้าหรือบริการของเราจริง ๆ ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

ทำไม SEO เมื่อทำแล้วจึงไม่ควรหยุด

ทำไม SEO เมื่อทำแล้วจึงไม่ควรหยุด

การตลาดออนไลน์ SEO เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้มียอดขายสูงขึ้นและมีการขยายฐานลูกค้าได้กว้างขวางยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการพัฒนาโครงสร้างและเนื้อหาต่าง ๆ ในเว็บไซต์รวมถึงการสร้าง Link เชื่อมโยงจากภายนอก ทำให้มีผู้กล่าวว่า การทำ SEO เมื่อเริ่มแล้วไม่ควรหยุด ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ที่สนใจการทำธุรกิจออนไลน์ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำ SEO ดังนี้

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ผู้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์จำนวนมากประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยมีการทำเว็บไซต์ในสองส่วนหลัก คือ

1. On Page SEO เป็นการทำเนื้อหาบทความและคลิปวีดีโอส่งเสริมการขาย ที่มีคุณภาพให้ประโยชน์แก่ผู้ชม ซึ่งหากทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีแนวโน้มสูงที่เว็บไซต์จะได้จัดอันดับต้น Top5 Top10 ในหน้าต่างการสืบค้นเมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพิมพ์ด้วย Keyword ที่กำหนดไว้ ที่สำคัญคือ เนื้อหาต้องเป็นความจริง ควรมีการอ้างอิงสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจากเว็บไซต์งานวิจัยทางวิชาการหรือข่าวต่างประเทศ ก็จะยิ่งดึงดูดใจให้ติดตามมากขึ้น ส่วนคุณภาพของรูปและคลิปประกอบ ควรเป็นสิ่งที่ถ่ายทำขึ้นมาใหม่ จะเป็นทีมงานของบริษัทผลิตเองหรือจ้างฟรีแลนซ์มืออาชีพที่มีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนวทำก็ได้

นอกจากนี้ การเลือกธีมของสีและรูปแบบตัวอักษรในเว็บไซต์ให้มีเอกลักษณ์และดึงดูดความสนใจของผู้ชม ก็สำคัญเพราะช่วยในการเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์สินค้าทำให้เกิดการจดจำได้ง่ายและเป็นการสร้างฐานลูกค้าประจำให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์

2. Off Page SEO เป็นการทำลิงค์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก ทั้งเว็บไซต์ในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องลงทุนทำโฆษณา เช่น ใช้วิธีการโพสตอบคำถามในกลุ่ม Facebook ที่รวมลูกค้าเป้าหมายของคุณ ซึ่งอาจกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการใด ๆ หากตรงกับประเภทสินค้าที่คุณจำหน่าย ก็สามารถแปะลิงก์ให้คนตามมาในเว็บไซต์ของคุณได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณขายสินค้าออร์แกนิก แล้วมีคนสงสัยว่าสินค้าออร์แกนิกคืออะไร ดีอย่างไร คุณก็สามารถที่จะไปโพสต์ตอบข้อสงสัยเพื่อให้ความรู้ และแนบ Link ของสินค้าคุณ หากมีผู้ที่สนใจก็จะทำการคลิกเข้ามาตามลิงค์ ก็จะเป็นการเปิดช่องทางให้มีคนมาซื้อสินค้าของเว็บไซต์คุณมากขึ้น

จากที่กล่าวมา คงจะเห็นแล้วว่า การทำ SEO จะส่งผลดีต่อยอดขายและสร้างลูกค้าทั้งขาประจำและลูกค้ารายใหม่ ๆ ให้แก่เว็บไซต์ทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก การที่มีคนกล่าวว่า ถ้าทำ SEO แล้วก็ไม่ควรหยุดทำ เพราะจะมีผลทำให้ธุรกิจที่กำลังรุ่งเรืองของคุณนั้นหยุดชะงักลงได้นั่นเอง

SEO คืออะไร

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO เพื่ออะไร และดีอย่างไร

หากคุณเคยได้ยินคำว่า SEO มาจากที่ใดสักที่หนึ่งและกำลังสงสัยว่า เจ้า SEO นี้คืออะไร ทำเพื่ออะไร แล้วมันดีอย่างไร เราสามารถศึกษาหาคำตอบได้จากบทความนี้ เผื่อว่าการทำ SEO จะเป็นช่องทางในการสร้างรายได้หรือสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการทำสิ่งต่างๆได้ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

SEO คืออะไร

SEO หรือ Search Engine Optimization หากจะแปลเป็นภาษาไทยก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในเครื่องมือค้นหา ให้หาในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอได้ง่ายขึ้น ด้วยการกำหนด Keyword ที่เป็นคำที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง Keyword เหล่านี้ได้รับการจับอันดับจาก Search Engine อย่าง Google ว่าเป็นคำที่มีการค้นหาบ่อย ดังนั้นเมื่อเรานำ Keyword ไปใช้ในการทำ SEO แล้วหลังจากนั้น กลุ่มเป้าหมายก็จะเจอกับ Content ของเราโดยง่าย

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO

ความมุ่งหมายของการทำ SEO ก็คือ เพื่อให้มีคนเห็นสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยการใช้ Keyword , ความน่าสนใจใน Content , Backlink , รูปภาพและวิดีโอ สิ่งเหล่านี้รวมกันเพื่อดันให้ Content ของเราติดอันดับหน้าแรกๆของ Search Engine อย่าง GOOGLE เป็นต้น

ข้อดีของการทำ SEO

บทความที่ทำ SEO จะมีคนเห็นมากขึ้น หากทำได้อย่างถูกวิธี บทความนั้นก็จะเป็นบทความคุณภาพ และจะถูกดันให้เป็นหน้าแรกๆของ Search Engine เป็นการโปรโมท Website ของเราให้มีคนรู้จักมากขึ้น ทำให้ขายสินค้าหรือบริการต่างๆได้มากขึ้นด้วย

เจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะการทำ SEO จะต้องมี Keyword เป็นหลักในการทำ โดยกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในเรื่องนั้นๆก็จะ Search โดยการพิมพ์คำ Keyword ลงไป และก็จะเจอกับ Content ที่เราทำ SEO ไว้นั่นเอง ทำให้เราสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อพัฒนาการทำ SEO ต่อไปในอนาคตได้ด้วย

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO เพื่ออะไร และดีอย่างไร

การทำ SEO จะช่วยขยายฐานลูกค้าได้ดีและยังเป็นการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้คงอยู่อีกด้วย เพราะการทำ SEO จะต้องอาศัย Content ที่มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้า ทำให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่จะคอยติดตาม Website ที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่าหลักการของการทำ SEO นั้นก็คือการทำให้คนเห็นสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่นเดียวกับใครที่คิดจะขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ย่อมต้องการโฆษณาสินค้า ให้มีคนเห็นมากที่สุด แต่ SEO จะมีข้อดีตรงที่ได้ผู้ชมตามธรรมชาติที่เข้ามาจากการค้นหาในเว็บที่เป็น Search Engine และมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าได้มาก ดังนั้นการทำ SEO จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือที่กำลังจะขยายธุรกิจนั่นเอง

ทำการตลาดด้วยวิธี SEO สำคัญอย่างไร

ทำการตลาดด้วยวิธี SEO สำคัญอย่างไร

การขายสินค้าในอินเทอร์เน็ต เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันจึงทำให้มีคู่แข่งทางธุรกิจมาก การทำ SEO เป็นวิธีที่จะทำให้เว็บไซต์อันดับดีขึ้นได้ เมื่อลูกค้าใช้ Keyword SEO ในการค้นหา ก็จะมีโอกาสพบเว็บไซต์ง่าย ส่งผลดีต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายที่ตามมาได้

การทำ SEO นั้นประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของ On-Page SEO (ทำบทความที่มีคุณภาพ ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน และใส่ Keyword ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นหา) รวมถึงการมีรูปประกอบหรือสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ ที่ช่วยให้ดึงดูดใจ ซึ่งจะทำให้ Search Engine ประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ได้อันดับดีขึ้น

ส่วนที่สอง คือการทำ Back Link ที่เชื่อมโยงเว็บไซต์ของคุณกับเว็บไซต์ภายนอก เช่น เว็บไซต์ที่เป็นสังคมโพสต์ถามตอบสินค้าแม่และเด็ก หากคุณขายสินค้าประเภทเสื้อผ้าเด็กอยู่ คุณก็สามารถไปให้คำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อผ้า สีสัน ฯลฯ ที่เกี่ยวกับเสื้อผ้าเด็กและแปะลิงก์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์คุณก็ได้ ซึ่งจะทำให้เพิ่มโอกาสในการสั่งสินค้าในเว็บไซต์ของคุณได้ด้วย

การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ในปัจจุบันมีประโยชน์หลาย ดังนี้

1. ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ธุรกิจของคุณ เนื่องจาก Google และ Yahoo ซึ่งเป็น Search Engineที่คนนิยมใช้หาข้อมูลจะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์คุณภาพของเว็บไซต์จากการทำ SEO เพื่อจัดอันดับการนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้น

2. ทำให้เกิดการจดจำแบรนด์สินค้าของคุณได้ดีขึ้น เมื่อทำ SEO จนเว็บไซต์มีอันดับดี และยังทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความรู้สึกมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าหรือใช้บริการในเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ที่อยู่อันดับล่าง ๆ ของการสืบค้นที่จะมีโอกาสขายได้น้อยกว่า

3. การทำ SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทำโฆษณาสินค้า อย่างการทำ SEM หรือ Search Engine Marketing เพราะการทำบทความที่มีคุณภาพต่อเนื่อง ก็ทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์ดีขึ้นและมีผู้ติดตามอ่านบทความในเว็บไซต์มากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจค้าขายออนไลน์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังประหยัดค่าเดินทางในการไปประชาสัมพันธ์ธุรกิจในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้ด้วย เพราะใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการส่งข้อมูลได้ทั่วโลกตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO อย่างมีคุณภาพให้ประโยชน์แก่ธุรกิจออนไลน์ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถที่จะศึกษาการทำ SEO ได้ด้วยตัวเอง หรือเลือกจ้างจากบริษัทที่มีผู้เชี่ยวชาญในการทำ SEO ทั้งนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนในการสะสมข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ จึงต้องเลือกแพ็คเกจรายเดือน-รายปี ที่เหมาะกับประเภทธุรกิจคุณด้วย

ทำการตลาดด้วยวิธี SEO สำคัญ

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords อย่างไร

SEO กับ Google AdWords เป็นวิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ที่มีความแตกต่างกันในด้านของวิธีและค่าใช้จ่ายในการทำ ซึ่งเราได้รวบรวมรายละเอียดมาไว้แล้ว ดังนี้

SEO คืออะไร

SEO หรือ เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ทางธุรกิจใน 2 ส่วน คือ

(1) ส่วน Off Page – SEO คือการทำลิงค์เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์ธุรกิจคุณ เช่น การไปตอบคำถามที่มีคนสงสัยในห้องแชทและแนบ Link เอาไว้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมได้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ ก็จะทำให้เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้

(2) ส่วนของ On-Page SEO จะเป็นส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์ เช่น การจัดวางหน้าเพจให้ใช้งานง่ายและดูน่าสนใจ การทำบทความประกอบบนเพจที่มีคุณภาพและมีการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

การทำ SEO มีข้อดี คือ จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เนื่องจากทำไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Search Engine อย่าง Google หรือ Yahoo เลย และถ้าทางเจ้าของเว็บไซต์สามารถทำ SEO ได้เอง ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการต้องจ้างบริษัทในการทำ SEO อีกด้วย จึงเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ที่ได้ประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

Google AdWords คืออะไร

Google AdWords เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่าน Search Engine  อันดับหนึ่งของโลก คือ Google โดยจะต้องมีการเสียค่าเช่าพื้นที่ในการโฆษณาด้านบนของหน้าต่างการสืบค้น ด้วยการประมูลแข่งขันกับเจ้าของกิจการรายอื่นที่จะใช้ Keyword เดียวกัน

เช่น ผู้ทำธุรกิจร้านขายช่อดอกไม้ออนไลน์ ถ้ามีร้านดอกไม้ A จนถึง Z มาแข่งขันในคีย์เวิร์ดคำว่า “ขายช่อดอกไม้ออนไลน์” ก็จะทำให้มีค่าประมูลสูงกว่าการประมูลแข่งขันระหว่างธุรกิจ 2-3 บริษัท

การทำ Google AdWords นอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Google ในการประมูลแล้ว ยังต้องเสียเพิ่มเมื่อมีการคลิกจากผู้เห็นโฆษณาแล้วเข้าไปชมในเว็บไซต์ทุกครั้งด้วย (ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการซื้อสินค้าและบริการหรือไม่)

แต่การทำ Google AdWords ก็มีข้อดีคือ ทำให้เจ้าของธุรกิจมีความมั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของตัวเองจะถูกโฆษณาต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้มีรายได้ที่รวดเร็วและทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดีมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ Search Engine

ด้วยคุณสมบัติและข้อดีต่าง ๆ ของการทำ SEO และ Google AdWords จึงทำให้เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ที่นิยมมากซึ่งผู้ทำธุรกิจสามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำทั้งสองแบบควบคู่กันไปก็ได้

โดยสามารถทำเองหรือจะจ้างบริษัท (ที่มีความชำนาญและสามารถตรวจสอบชัดเจน) ก็ได้เช่นกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจ คือเพิ่มยอดขายและจำนวนลูกค้าได้เป็นอย่างดีและรวดเร็ว

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords อย่างไร

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ เว็บ SEO ปี 2019

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ เว็บไซต์ SEO ปี 2019

SEO หรือ search engine optimization เป็นวิธีการ ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้นเพื่ออำนาจการแข่งขันทางธุรกิจกับคู่แข่งออนไลน์ทั่วโลก … ในปี 2019 การจะปรับปรุงเว็บไซต์แบบดั้งเดิม ให้เป็นตามระบบ SEO จะต้องรู้อะไรบ้างก่อนลงมือทำ เรามาติดตามกันเลย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ เว็บไซต์ SEO

ทำความรู้จักกับพื้นฐาน SEO สำหรับธุรกิจออนไลน์

พื้นฐานของ SEO มี 2 ส่วน คือส่วนที่เป็น on-page  และ off-page ที่นักธุรกิจออนไลน์ต้องทำความเข้าใจว่า การทำ SEO ต้องครบทั้งสองส่วนนี้ จึงจะมีโอกาสถูกวิเคราะห์ในระบบการสืบค้นของ search engine ไม่ว่าจะ Yahoo หรือ Google แล้วได้ผลดีถูกจัดอันดับเป็นท็อปเท็นหรือปรากฏในหน้าแรกของการสืบค้นเสมอ

(1) ส่วนของ on-Page SEO

เป็นการปรับเนื้อหาในบทความที่ต้องบรรจุ keyword ไม่ว่าจะเป็นแบบ Short Tail หรือ long Tail ที่ได้มาจากการวิจัยตลาดว่าเป็นคำที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจของคุณค้นหาบ่อยที่สุด รวมถึงการทำรูป คลิป หรือสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมกับการสืบค้นผ่าน keyword

รวมทั้งการปรับส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีองค์ประกอบเหมาะสมกับการสืบค้น และควรจะนำเทคโนโลยี AI เช่น Bot มาช่วยในการค้นคว้า หาคำตอบให้ลูกค้าอย่างรวดเร็วหรือแนะนำสินค้าได้อย่างฉับไวด้วย

(2) ส่วนของ off-page

เป็นการเชื่อมโยงเว็บไซต์จากภายนอกให้เข้ามาสู่ตัวเว็บไซต์ทางการของธุรกิจคุณ หรือที่เรียกทั่วไปว่าการทำ Backlink เป็นวิธีที่ทำให้ธุรกิจคุณเชื่อมโยงกับ “คนแปลกหน้า” จากทั่วโลกได้จากการที่คุณไปตอบคำถามที่ให้สาระประโยชน์หรือไปแปะลิงค์ไว้ในโลกโซเชียล เช่น ห้องแชทตามสังคม Pantip เป็นต้น

การทำ Backlink เป็นวิธีที่ดีในโลกยุค 2019 เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่จะใช้วิธีการหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ด้วยการอ่านรีวิวหรือสอบถามจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์แลกเปลี่ยนกัน

ทำความรู้จัก AI ที่ search engine ใช้ในการสืบค้นข้อมูล ปี 2019

Search engine ที่คนทั่วโลกนิยมเป็นอันดับต้นคือ Google ในปี 2019 AI ที่จะมาโดดเด่นในการวิเคราะห์ข้อมูล ก็คือ Rank brain จะโชว์ผลการสืบค้นที่มีความจำเพาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนยิ่งขึ้น โดยจะประมวลจาก keyword ที่ผู้ใช้งานล็อกอินนั้น ๆ เคยพิมพ์ หาข้อมูลเอาไว้ ซึ่งจะทำให้มีการประมวลหาเว็บไซต์ SEO ที่สอดคล้องกับบริบทและความเป็นอัตลักษณ์ของผู้ใช้แต่ละคนมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 จึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่การมุ่งเน้นที่เป้าหมายการซื้อขายหรือการทำบทความที่เน้นเพียงปริมาณเท่านั้น จะต้องใส่ใจเรื่องของการนำเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูล การสร้าง Content ที่มีคุณภาพและการรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ให้ข้อมูลที่เป็นกลางให้ลูกค้าตัดสินใจด้วยตัวเอง

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำ เว็บไซต์ SEO ปี 2019

หากทำเช่นนี้ได้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นและสัมพันธ์กับยอดขายที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน

คีย์เวิร์ด SEO กับวงการนักเขียนเกี่ยวข้องกันอย่างไร

คีย์เวิร์ด SEO กับวงการนักเขียนเกี่ยวข้องกันอย่างไร

การเป็นนักเขียนในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีฝีมือทั้งส่วนของงานเขียนและมีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับระบบการสืบค้นด้วย SEO จึงจะมีโอกาสสูงในการประสบความสำเร็จในสายงานเขียน มียอดผู้ติดตามอ่านผลงานอย่างต่อเนื่อง จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

คีย์เวิร์ด SEO กับวงการนักเขียนเกี่ยวข้องกัน

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคที่ทำให้บทความถูกสืบค้นง่ายผ่านหน้าต่างการสืบค้นของ search engine อย่าง yahoo google หากยิ่งถูกจัดอันดับสูงเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มีผู้ติดตามและมีรายได้ที่สูงขึ้นตามมาด้วย

คีย์เวิร์ด SEO กับฝีมือของนักเขียนรุ่นใหม่เกี่ยวกันอย่างไร

ผู้อ่านจะติดตามนักเขียนที่มีแนวทางการเขียนที่ชัดเจนและสามารถถ่ายทอดจินตนาการผ่านตัวอักษรที่สละสลวย ซึ่งเป็นฝีมือเฉพาะของนักเขียนแต่ละคน เช่น เจ.เค. โรลลิ่ง ที่เป็นผู้แต่งเรื่อง Harry potter

และสิ่งหนึ่งที่ห้ามขาดสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่ คือ การมีคีย์เวิร์ด SEO ที่ตรงกับการสืบค้นของกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย ที่ต้องแทรกในบทความกระจายอย่างสม่ำเสมอ ในลักษณะที่มีความกลมกลืนกับเนื้อหา ไม่ขัดหูขัดตา จึงจะแสดงถึงฝีมือระดับโปรอย่างแท้จริง

วิธีการหาคีย์เวิร์ด SEO ที่ใช่

นักเขียนรุ่นใหม่จะได้รับความสะดวกสบายอย่างมาก จากการใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า google keyword planner ซึ่งนอกจากจะแสดงผลลัพธ์การสืบค้นเป็นคีย์เวิร์ดที่ใช่ สำหรับให้คุณนำไปต่อยอดเป็นงานเขียนแล้ว ยังมีตัวเลขเชิงสถิติ เช่น บอกจำนวนการสืบค้น หรือ volume การเปรียบเทียบเป็นกราฟเส้นระหว่างคีย์เวิร์ดหลาย ๆ คำ และที่สำคัญคือการแสดงวลีแนะนำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดที่เราสนใจด้วย

งานเขียนออนไลน์ต้องใส่ใจคีย์เวิร์ด SEO ในส่วนใดเพิ่มอีก

นักเขียนรุ่นใหม่ต้องทำความเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญอื่น ๆ ว่าเว็บไซต์ที่บทความของ เรานำเสนอนั้นจะถูกสืบค้นได้ง่ายยิ่งขึ้นหากมีการใส่คีย์เวิร์ด SEO ในตำแหน่งที่สำคัญ ดังนี้

1. ชื่อเรื่อง หรือ title ต้องมีความสั้น กระชับ และดึงดูดใจให้คนคลิกเข้ามาอ่าน

2. URL หรือที่อยู่ของเพจที่ต้องตั้งเป็นภาษาอังกฤษเพื่อป้องกันปัญหา error ในการเชื่อมโยงเพจ

3. ส่วนหัวและท้ายของบทความที่ต้องมีความกระชับและมีทิศทางการนำเข้าเรื่องที่ชัดเจนและการจบท้ายที่ให้ผู้อ่านได้ข้อคิดดี ๆ จากบทความ ก็ต้องไม่ลืมแทรกคีย์เวิร์ด SEO ลงไปด้วย

คีย์เวิร์ด SEO กับวงการนักเขียน

จะเห็นได้ว่า นักเขียนรุ่นใหม่ต้องมีความรู้เรื่อง SEO เพิ่มเติมจากทักษะการสื่อสารและความรอบรู้ในสิ่งที่จะเขียน จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักเขียนมืออาชีพมีนามปากกาของตัวเองที่จะมีชื่อเสียงติดตลาดยาวนานและกรณีนักเขียน freelance ที่เขียนงานส่งเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่จะทำให้มีการจ้างงานอย่างต่อเนื่องแน่นอน

SEO สำหรับขายของออนไลน์ยังจำเป็นไหม ในปี 2019

SEO สำหรับขายของออนไลน์ยังจำเป็นไหม ในปี 2019

ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ การขายสินค้าออนไลน์เรียกได้ว่าเป็นช่องทางการตลาดเส้นทางใหม่และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง จนทำให้ประเทศไทยเราต้องปรับตัวในส่วนของการเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าออนไลน์ด้วย ในส่วนของการทำการตลาดแบบ SEO ยังเป็นประเด็นที่ต้องใส่ใจให้ความสำคัญอยู่หรือไม่ในปี 2019 มาหาคำตอบพร้อมกันเลย

SEO สำหรับขายของออนไลน์ยังจำเป็น ในปี 2019

การทำ SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการทำให้เว็บไซต์ของเราถูกสืบค้นได้ง่าย และรวดเร็วจากระบบอัลกอริทึ่มของ search engine อย่างที่ใคร ๆ มักพูดว่าอยากรู้อะไรให้พิมพ์หาในกูเกิ้ล การทำ SEO จึงเป็นการปรับโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ขายสินค้าของ เราให้ตรงตามหลักเกณฑ์ของเว็บไซต์สืบค้น ซึ่งหากอยากให้ค้นหาง่ายติดอันดับท็อป 10 ในหน้าแรกของการแสดงผล ก็จำเป็นต้องอัพเดตเนื้อหาเพิ่ม content SEO อยู่เสมอ จึงจะมีโอกาสได้ลูกค้าและยอดขายที่สูงขึ้นชัดเจน

การจ้างบริษัททำ SEO ยังคุ้มค่าไหม

SEO เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับการพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้ครองใจลูกค้า และมีส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างสม่ำเสมอ การหยุดนิ่ง คือการทำให้คู่แข่งแบรนด์อื่นแซงหน้าและย่อมส่งผลต่อความอยู่รอดในธุรกิจออนไลน์ของเราด้วย การจ้างผู้มีความชำนาญในการทำ SEO อย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทต่าง ๆ ที่รับจ้างดูแล SEO ทั้งส่วนของ content การอัพเดตเว็บไซต์รายวันและการปรับโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ให้มีความเป็นปัจจุบัน ฯลฯ จึงมีความสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานขายออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าในปี 2019 ธุรกิจบนเครือข่าย Internet จะยิ่งมีการแข่งขันสูงและต้องช่วงชิงจังหวะกันมากยิ่งขึ้นกว่านี้

ในปี 2019 ทิศทางจะเป็นอย่างไร

มีความเป็นไปได้สูงว่า ในปี 2019 การจัดอันดับการแสดงผลจะสัมพันธ์กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาแบบ SEO อย่างเด่นชัด เนื่องจากมีการนำระบบ AI อย่าง RankBrain ในการวิเคราะห์บทความมาใช้ ซึ่ง RankBrain จะทำตัวเสมือนเป็นผู้อ่านหรือ User ที่อัจฉริยะในการตัดสินใจว่าบทความใด ๆ ให้ประโยชน์และตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ก็จะจัดเป็นอันดับต้น ๆ ในการสืบค้น ดังนั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ SEO จึงต้องเพิ่มในส่วนของ CTR หรือ click through rate ให้มากยิ่งขึ้น การทำให้ส่วน title description มีความน่าสนใจก็เป็นอีกทางหนึ่งในการดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาอ่านและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น

SEO-สำหรับขายของออนไลน์ยังจำเป็นไหม

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้ทุกท่านเห็นความจำเป็นในการทำ SEO อย่างต่อเนื่องในปี 2019 ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นปีแห่งธุรกิจออนไลน์ที่วัดความสำเร็จส่วนหนึ่งกันที่การทำงาน SEO ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ระบบอัลกอริทึ่มแบบใหม่ของ search engine ด้วย