ทำไม SEO เมื่อทำแล้วจึงไม่ควรหยุด

ทำไม SEO เมื่อทำแล้วจึงไม่ควรหยุด

การตลาดออนไลน์ SEO เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้มียอดขายสูงขึ้นและมีการขยายฐานลูกค้าได้กว้างขวางยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการพัฒนาโครงสร้างและเนื้อหาต่าง ๆ ในเว็บไซต์รวมถึงการสร้าง Link เชื่อมโยงจากภายนอก ทำให้มีผู้กล่าวว่า การทำ SEO เมื่อเริ่มแล้วไม่ควรหยุด ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ที่สนใจการทำธุรกิจออนไลน์ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำ SEO ดังนี้

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ผู้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์จำนวนมากประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยมีการทำเว็บไซต์ในสองส่วนหลัก คือ

1. On Page SEO เป็นการทำเนื้อหาบทความและคลิปวีดีโอส่งเสริมการขาย ที่มีคุณภาพให้ประโยชน์แก่ผู้ชม ซึ่งหากทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะมีแนวโน้มสูงที่เว็บไซต์จะได้จัดอันดับต้น Top5 Top10 ในหน้าต่างการสืบค้นเมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพิมพ์ด้วย Keyword ที่กำหนดไว้ ที่สำคัญคือ เนื้อหาต้องเป็นความจริง ควรมีการอ้างอิงสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจากเว็บไซต์งานวิจัยทางวิชาการหรือข่าวต่างประเทศ ก็จะยิ่งดึงดูดใจให้ติดตามมากขึ้น ส่วนคุณภาพของรูปและคลิปประกอบ ควรเป็นสิ่งที่ถ่ายทำขึ้นมาใหม่ จะเป็นทีมงานของบริษัทผลิตเองหรือจ้างฟรีแลนซ์มืออาชีพที่มีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนวทำก็ได้

นอกจากนี้ การเลือกธีมของสีและรูปแบบตัวอักษรในเว็บไซต์ให้มีเอกลักษณ์และดึงดูดความสนใจของผู้ชม ก็สำคัญเพราะช่วยในการเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์สินค้าทำให้เกิดการจดจำได้ง่ายและเป็นการสร้างฐานลูกค้าประจำให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์

2. Off Page SEO เป็นการทำลิงค์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก ทั้งเว็บไซต์ในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องลงทุนทำโฆษณา เช่น ใช้วิธีการโพสตอบคำถามในกลุ่ม Facebook ที่รวมลูกค้าเป้าหมายของคุณ ซึ่งอาจกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการใด ๆ หากตรงกับประเภทสินค้าที่คุณจำหน่าย ก็สามารถแปะลิงก์ให้คนตามมาในเว็บไซต์ของคุณได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณขายสินค้าออร์แกนิก แล้วมีคนสงสัยว่าสินค้าออร์แกนิกคืออะไร ดีอย่างไร คุณก็สามารถที่จะไปโพสต์ตอบข้อสงสัยเพื่อให้ความรู้ และแนบ Link ของสินค้าคุณ หากมีผู้ที่สนใจก็จะทำการคลิกเข้ามาตามลิงค์ ก็จะเป็นการเปิดช่องทางให้มีคนมาซื้อสินค้าของเว็บไซต์คุณมากขึ้น

จากที่กล่าวมา คงจะเห็นแล้วว่า การทำ SEO จะส่งผลดีต่อยอดขายและสร้างลูกค้าทั้งขาประจำและลูกค้ารายใหม่ ๆ ให้แก่เว็บไซต์ทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก การที่มีคนกล่าวว่า ถ้าทำ SEO แล้วก็ไม่ควรหยุดทำ เพราะจะมีผลทำให้ธุรกิจที่กำลังรุ่งเรืองของคุณนั้นหยุดชะงักลงได้นั่นเอง

SEO คืออะไร

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO เพื่ออะไร และดีอย่างไร

หากคุณเคยได้ยินคำว่า SEO มาจากที่ใดสักที่หนึ่งและกำลังสงสัยว่า เจ้า SEO นี้คืออะไร ทำเพื่ออะไร แล้วมันดีอย่างไร เราสามารถศึกษาหาคำตอบได้จากบทความนี้ เผื่อว่าการทำ SEO จะเป็นช่องทางในการสร้างรายได้หรือสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการทำสิ่งต่างๆได้ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

SEO คืออะไร

SEO หรือ Search Engine Optimization หากจะแปลเป็นภาษาไทยก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในเครื่องมือค้นหา ให้หาในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอได้ง่ายขึ้น ด้วยการกำหนด Keyword ที่เป็นคำที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง Keyword เหล่านี้ได้รับการจับอันดับจาก Search Engine อย่าง Google ว่าเป็นคำที่มีการค้นหาบ่อย ดังนั้นเมื่อเรานำ Keyword ไปใช้ในการทำ SEO แล้วหลังจากนั้น กลุ่มเป้าหมายก็จะเจอกับ Content ของเราโดยง่าย

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO

ความมุ่งหมายของการทำ SEO ก็คือ เพื่อให้มีคนเห็นสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยการใช้ Keyword , ความน่าสนใจใน Content , Backlink , รูปภาพและวิดีโอ สิ่งเหล่านี้รวมกันเพื่อดันให้ Content ของเราติดอันดับหน้าแรกๆของ Search Engine อย่าง GOOGLE เป็นต้น

ข้อดีของการทำ SEO

บทความที่ทำ SEO จะมีคนเห็นมากขึ้น หากทำได้อย่างถูกวิธี บทความนั้นก็จะเป็นบทความคุณภาพ และจะถูกดันให้เป็นหน้าแรกๆของ Search Engine เป็นการโปรโมท Website ของเราให้มีคนรู้จักมากขึ้น ทำให้ขายสินค้าหรือบริการต่างๆได้มากขึ้นด้วย

เจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะการทำ SEO จะต้องมี Keyword เป็นหลักในการทำ โดยกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในเรื่องนั้นๆก็จะ Search โดยการพิมพ์คำ Keyword ลงไป และก็จะเจอกับ Content ที่เราทำ SEO ไว้นั่นเอง ทำให้เราสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อพัฒนาการทำ SEO ต่อไปในอนาคตได้ด้วย

วัตถุประสงค์ของการทำ SEO เพื่ออะไร และดีอย่างไร

การทำ SEO จะช่วยขยายฐานลูกค้าได้ดีและยังเป็นการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้คงอยู่อีกด้วย เพราะการทำ SEO จะต้องอาศัย Content ที่มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้า ทำให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่จะคอยติดตาม Website ที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่าหลักการของการทำ SEO นั้นก็คือการทำให้คนเห็นสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่นเดียวกับใครที่คิดจะขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ย่อมต้องการโฆษณาสินค้า ให้มีคนเห็นมากที่สุด แต่ SEO จะมีข้อดีตรงที่ได้ผู้ชมตามธรรมชาติที่เข้ามาจากการค้นหาในเว็บที่เป็น Search Engine และมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าได้มาก ดังนั้นการทำ SEO จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือที่กำลังจะขยายธุรกิจนั่นเอง

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords อย่างไร

SEO กับ Google AdWords เป็นวิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ที่มีความแตกต่างกันในด้านของวิธีและค่าใช้จ่ายในการทำ ซึ่งเราได้รวบรวมรายละเอียดมาไว้แล้ว ดังนี้

SEO คืออะไร

SEO หรือ เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ทางธุรกิจใน 2 ส่วน คือ

(1) ส่วน Off Page – SEO คือการทำลิงค์เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์ธุรกิจคุณ เช่น การไปตอบคำถามที่มีคนสงสัยในห้องแชทและแนบ Link เอาไว้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมได้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ ก็จะทำให้เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้

(2) ส่วนของ On-Page SEO จะเป็นส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์ เช่น การจัดวางหน้าเพจให้ใช้งานง่ายและดูน่าสนใจ การทำบทความประกอบบนเพจที่มีคุณภาพและมีการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

การทำ SEO มีข้อดี คือ จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เนื่องจากทำไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Search Engine อย่าง Google หรือ Yahoo เลย และถ้าทางเจ้าของเว็บไซต์สามารถทำ SEO ได้เอง ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการต้องจ้างบริษัทในการทำ SEO อีกด้วย จึงเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ที่ได้ประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

Google AdWords คืออะไร

Google AdWords เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่าน Search Engine  อันดับหนึ่งของโลก คือ Google โดยจะต้องมีการเสียค่าเช่าพื้นที่ในการโฆษณาด้านบนของหน้าต่างการสืบค้น ด้วยการประมูลแข่งขันกับเจ้าของกิจการรายอื่นที่จะใช้ Keyword เดียวกัน

เช่น ผู้ทำธุรกิจร้านขายช่อดอกไม้ออนไลน์ ถ้ามีร้านดอกไม้ A จนถึง Z มาแข่งขันในคีย์เวิร์ดคำว่า “ขายช่อดอกไม้ออนไลน์” ก็จะทำให้มีค่าประมูลสูงกว่าการประมูลแข่งขันระหว่างธุรกิจ 2-3 บริษัท

การทำ Google AdWords นอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Google ในการประมูลแล้ว ยังต้องเสียเพิ่มเมื่อมีการคลิกจากผู้เห็นโฆษณาแล้วเข้าไปชมในเว็บไซต์ทุกครั้งด้วย (ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการซื้อสินค้าและบริการหรือไม่)

แต่การทำ Google AdWords ก็มีข้อดีคือ ทำให้เจ้าของธุรกิจมีความมั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของตัวเองจะถูกโฆษณาต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้มีรายได้ที่รวดเร็วและทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดีมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ Search Engine

ด้วยคุณสมบัติและข้อดีต่าง ๆ ของการทำ SEO และ Google AdWords จึงทำให้เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ที่นิยมมากซึ่งผู้ทำธุรกิจสามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำทั้งสองแบบควบคู่กันไปก็ได้

โดยสามารถทำเองหรือจะจ้างบริษัท (ที่มีความชำนาญและสามารถตรวจสอบชัดเจน) ก็ได้เช่นกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจ คือเพิ่มยอดขายและจำนวนลูกค้าได้เป็นอย่างดีและรวดเร็ว

SEO ต่างจากการทำ Google AdWords อย่างไร