ทำเว็บแบบนี้ ต่อให้ SEO ดี ก็ไม่เกิดแน่ ๆ

ทำเว็บแบบนี้ ต่อให้ SEO ดี ก็ไม่เกิดแน่ ๆ

การทำ SEO ไม่ใช่แค่การทำให้หน้าเว็บของคุณติดอันดับเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเว็บเองต้องมีความเหมาะสมที่ทาง Google พิจารณาแล้วว่าควรค่าในการติดอันดับต้น ๆ ต่อไป อย่าแค่คิดว่าพอติดอันดับแล้วจะไม่มีวันหล่น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มปล่อยปละละเลย ไม่สนใจการทำ SEO อย่างถูกต้อง โอกาสที่เว็บของคุณจะร่วงหล่นและหายไปจากหน้าค้นหามีสูงมาก และนี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่าอย่าทำเด็ดขาดหากไม่อยากให้เกิดผลดังที่กล่าวมา

สิ่งที่ไม่ควรทำในการทำเว็บไซต์

ปล่อยเว็บร้าง ไม่มีการอัปเดตใด ๆ ทั้งสิ้น : หลายเว็บพอเริ่มถึงจุดสูง ๆ เช่น ติดหน้าแรก Google เรียบร้อยก็มักปล่อยร้าง ไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นด้วยคิดว่ามันติดอันดับแล้วไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมว่ายังมีเว็บอื่น ๆ ที่เขาพร้อมอัปเดตตัวเองให้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งท้าชิงโดยตลอด ประกอบกับทาง Google เอง จะพิจารณาจากความสด ใหม่ ของเนื้อหาในเว็บเสมอ หากไม่มีการอัปเดตใด ๆ เป็นเวลานานก็ทำให้ตกอันดับได้

ก็อปปี้เนื้อหาและรูปภาพจากเว็บอื่นมาใช้งาน : ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่ห้ามกระทำอย่างยิ่ง ต่อให้มีเครดิตอ้างอิงที่มาก็ไม่ควรทำ เพราะถ้าเจ้าของผลงานเขามาเห็นเข้าก็มีสิทธิ์กดรายงาน เมื่อมีการรายงานแล้วถูกตรวจสอบว่าผิดจริง URL ของหน้านั้นจะหายไปรวมถึง URL หน้าเว็บไซต์ก็โดนแบนด้วยเช่นกัน คราวนี้ค้นหาให้ตายก็ไม่เจอแน่ ๆ

ทำสแปมกับตัวเว็บ : การทำเว็บที่มี backlink เพื่อให้ดึงกลับมาหน้าเว็บตนเอง หากนำเอาข้อความเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไปโพสต์เหมือนกันหมด จะกลายเป็นการทำสแปม เท่ากับว่าเหมือน Google มองเห็นความจงใจที่จะนำเสนอโฆษณาเพื่อให้ดึงกลับไปหน้าเว็บของตนเองอย่างเดียว โอกาสจะโดนแบนเพื่อไม่ให้ทำเรื่องดังกล่าวจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เสียโอกาสในการทำโฆษณาไปอีก

ภาพเยอะเกินไป ใช้เวลาโหลดนาน : สังเกตง่าย ๆ ลองคิดเป็นตัวเราเว็บไหนที่ภาพโหลดช้า คนมักจะปิดหนีแล้วหาเว็บใหม่ ตรงนี้มันส่งผลโดยตรงเพราะมันเกิดอัตราการตีกลับ อันจะทำให้การถูกจัดอันดับของเว็บถดถอยลงไปเรื่อย ๆ ทางที่ดีคือ อย่าใส่ภาพหรือสิ่งใด ๆ ที่ทำให้ต้องกินเวลาโหลดนานเกินจำเป็น

ปล่อยให้โดนแฮ็ก : หากปล่อยให้เว็บโดนแฮ็กแล้วคนอื่นไม่สามารถเข้ามาใช้งานได้ พอ Google ตรวจสอบก็จะรู้ว่ามีปัญหาและกลายเป็นการส่งลิงก์แจ้งเตือนในการเข้าชม ตรงนี้ทำให้ยอดตกลงแน่ ๆ แม้จะทำ SEO ดีขนาดไหนก็ตาม

นี่เป็นแนวทางผิด ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำ SEO เพื่อให้หน้าเว็บของคุณติดอันดับ Google หากใครยังมีวิธีทำเว็บไซต์แบบนี้อยู่ ขอแนะนำว่าควรปรับปรุงเป็นวิธีใหม่ที่ถูกต้องโดยเร็ว จะเกิดผลดีที่สุด

สิ่งที่ไม่ควรทำในการทำเว็บไซต์

SEO ทำเองได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้!

ในปี พ.ศ. 2563 นี้เป็นปีที่นักการตลาดออนไลน์มือใหม่ที่อยากเริ่มทำเว็บไซต์ควรที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าในอีก 1 – 2 ปีข้างหน้า การทำเว็บไซต์จะมีความยากขึ้นกว่านี้ และแต่ละตลาดก็จะมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

สำหรับนักการตลาดออนไลน์ที่อยากเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ควรเริ่มจากการเลือก Software สำเร็จรูปที่ช่วยสร้างเว็บไซต์ที่ตัวเองถนัด โดยอาจดูรีวิวหรือวิธีการใช้งานใน YouTube ก่อนเพื่อเลือก Software ที่ชอบมากที่สุด เมื่อสร้างเว็บไซต์และกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์และจัดหมวดหมู่เรียบร้อยก็มาถึงการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization หรือวิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าหนึ่งของ Search Engine

วิธีการทำ SEO ตัวเองสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

คิด Keyword หรือคำสำคัญที่กลุ่มเป้าหมายจะมักใช้ค้นหาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณ แล้วนำไปเช็คในเว็บไซต์ keyword research เพื่อดูปริมาณการค้นหาว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใดใน 1 เดือนและมีการแข่งขันสูงหรือไม่? โดยเว็บไซต์ keyword research มีทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย หรือหากคิด Keyword ไม่ออก อาจลองดูคำแนะนำจาก “การค้นหาที่เกี่ยวข้อง” ที่อยู่ด้านล่างสุดของ Google Search ควรหา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการเอาไว้อย่างน้อย 2 – 3 คำ

นำ Keyword ที่ได้มาเขียนบทความที่มีสาระหรือให้ประโยชน์กับผู้ใช้งาน โดยวิธีการเขียนบทความควรแบ่งบทความออกเป็น หัวข้อหลัก คำนำ ส่วนเนื้อหา บทสรุป โดยในแต่ละส่วนอาจแทรก Keyword หลักเอาไว้ส่วนละ 1 คำและแทรก Keyword เกี่ยวข้องแทรกในบทความกระจายกันไป รวมถึงในส่วนของเนื้อหาควรแบ่งบรรทัดให้อ่านง่าย หรือแบ่งเนื้อหาออกเป็น Bullet เป็นต้น ความยาวของบทความควรมีปริมาณคำ 300 คำขึ้นไปต่อบทความ และควรโพสต์บทความบนเว็บไซต์ที่เขียนใหม่เป็นประจำทุกวัน รวมถึง Rewrite บทความเก่าที่น่าสนใจมาเรียบเรียงใหม่โพสต์ลงเว็บไซต์ด้วย

ใช้เทคนิคการตั้งหัวข้อบทความด้วยคำถามเพื่อให้รองรับ Google Search ที่ปรับใหม่ ซึ่งเรียกว่าระบบ Featured Snippets ที่จะโชว์กล่องตอบคำถามให้กับผู้ใช้งานเมื่อมีการถามคำถามใกล้เคียงกับหัวข้อบทความที่มีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเขียนไว้

เขียนบทความให้มีภาษาพูดบ้างแต่ยังคงประโยชน์ของเนื้อหาเอาไว้ เพื่อให้รองรับการค้นหาด้วยเสียงที่อาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

การแทรกรูปภาพบนเว็บไซต์ ควรตั้งชื่อไฟล์ภาพเป็น Keyword หลัก และเมื่อนำมาใส่ลงในเว็บไซต์ก็ควรระบุคำอธิบายภาพ (Alt Image) เป็น Keyword ด้วย

วิธี การทำ SEO ข้างต้น ถูกอัปเดตมาเพื่อให้รองรับการทำเว็บไซต์ใน พ.ศ.2563 ซึ่งนอกจากวิธีดังกล่าวแล้ว การพัฒนาเว็บไซต์ให้โหลดเร็ว รองรับต่อการใช้งานบนมือถือ คุณภาพของโดเมน จะทำให้เว็บไซต์ได้รับความน่าเชื่อถือจาก Search Engine ในการจัดลำดับขึ้นแสดงในหน้าผลการค้นหาอันดับต้น ๆ ได้

วิธีการทำ SEO ตัวเองสามารถทำได้ง่าย ๆ

SEO Marketing ยังจำเป็นอยู่ไหมในปี 2020

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นทำให้อินเทอร์เน็ตกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของผู้คน และไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่สร้างความบันเทิงให้ชีวิตเท่านั้น เพราะอินเทอร์เน็ตกลายเป็นพื้นที่สื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน และด้วยประโยชน์ในข้อนี้เอง จึงสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถสร้างตัว สร้างแบรนด์ และสร้างรายได้ให้กับคนจำนวนมากได้ โดยมีคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นที่รู้จักมาเป็นเวลานาน แต่อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ไม่มีวันหยุดนิ่งและมีแต่จะพัฒนามากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันนี้จึงมีจำนวนคนที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยมาก ดังนั้นการตลาดบน Social Media จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ Search Engine

เว็บไซต์ Search Engine คือ เว็บไซต์ที่มีไว้เพื่อค้นหาข้อมูลที่ถูกโพสต์ไว้บนอินเทอร์เน็ต โดย Google เป็นเว็บไซต์ Search Engine ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยและระดับโลก ทำให้การที่แบรนด์หรือบุคคลที่ต้องการสร้างตัวตนหรือสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักจึงต้องใช้เทคนิค SEO Marketing

ในหมู่ Internet Marketing หรือนักการตลาดออนไลน์ SEO Marketing เป็นเทคนิคที่ถูกใช้มานานและยังคงจำเป็นอยู่ เพียงแต่ในปี 2020 นี้ การทำ SEO Marketing ด้วยเทคนิคแบบเดิม ๆ อาจใช้ได้ผลน้อยกว่าเพราะมีจำนวนผู้ที่ทำ SEO Marketing เพิ่มมากขึ้น

เทคนิคการทำ SEO Marketing ให้ได้ผล ในปี 2020 มีดังนี้

Featured Snippets คือ กล่องตอบคำถาม เมื่อมีการค้นหาคำที่ขึ้นต้นด้วยคำถาม เช่น วิธีทำ, วิธีการ, สูตรทำ เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Featured Snippets จะขึ้นมาเป็นกรอบสี่เหลี่ยมโดยมีคำถามที่ใกล้เคียงกับประโยคที่ถูกค้นหา โดยจะขึ้นมาในหน้าแรกของ Google ซึ่งวิธีทำ Featured Snippets สามารถทำได้ด้วยการหา Long Tails Keyword ในหมวดคำถามแล้วนำมาตั้งเป็นหัวข้อบทความและนำมาใส่ในเนื้อหาในปริมาณที่เหมาะสมก็จะทำให้เว็บไซต์แสดงขึ้นมาเมื่อมีคนค้นหาคำตอบด้วยการตั้งคำถามนั้น

Voice Search ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกของผู้ใช้งาน ทำให้การค้นหาด้วยระบบเสียงเริ่มมีการพัฒนามากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคนิคง่าย ๆ เพื่อเตรียมพร้อมระบบการค้นหาด้วยเสียงที่จะเสถียรมากขึ้นในอนาคต การทำบทความ SEO Marketing ด้วยภาษาพูดจะทำให้เว็บไซต์หรือหน้าของบทความโชว์ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ บน เว็บไซต์ Search Engine

Google AI เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการค้นหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด โดย AI จะทำการเก็บลักษณะข้อมูลที่ผู้ใช้งานเปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาด้านใน และนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับความชอบของผู้ใช้งานมากที่สุด

แม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนามากขึ้น แต่การสร้างบทความที่มีคุณภาพลงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ SEO Marketing ทั้งสิ้น ดังนั้นการเรียนรู้เรื่อง SEO Marketing ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อเว็บไซต์ได้

เทคนิคการทำ SEO Marketing ให้ได้ผล

การใช้ plugin Yoast SEO ให้อันดับ SEO ดีขึ้น

plugin Yoast SEO เป็นตัวช่วยให้การทำเว็บไซต์ SEO สมบูรณ์แบบ เมื่อมีการติดตั้งคู่กับโปรแกรม wordpress จะส่งผลบวกต่อการวิเคราะห์ SEO ให้มีการปรับแก้ไขได้ตรงจุดก่อนทำการส่งให้ระบบ algorithm ไปประมวลเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่ง Yoast SEO มีให้ดาวน์โหลดใช้ทั้งแบบฟรีและแบบพรีเมี่ยม แนะนำให้ผู้ที่ทำเว็บไซต์ SEO ทดลองดาวน์โหลดแบบฟรีไปใช้งานก่อนเพื่อเรียนรู้ระบบและเปรียบเทียบกับผลการใช้ plugin อื่น ก่อนที่จะปรับเป็นแบบพรีเมี่ยมหากต้องการความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

สิ่งที่ plugin Yoast SEO จะช่วยให้บทความ SEO มีอันดับการสืบค้นที่ดียิ่งขึ้นได้ มีดังนี้

ช่วยในการวิเคราะห์คุณภาพ keyword

ในบทความหนึ่ง ๆ ควรมี keyword ที่คัดเลือกมาจาก Google search Console ว่ามีสถิติการค้นหาสูง โดยกำหนดเป็นคีย์เวิร์ดหลัก 1 คำเท่านั้น ระบบทดสอบคุณภาพของ keyword ใน Yoast SEO จะให้ผู้ใช้งานคัดลอกไปใส่ในช่องว่างที่เขียนว่า Focus keyword แล้วจะทำการวิเคราะห์ออกมาอักษรพร้อมสัญลักษณ์ป้ายไฟสีแดงเหลืองเขียว หากเป็นสีเขียวก็ต้องค่อย ๆ ปรับแก้ไขเพิ่มขึ้น ตามคำแนะนำที่ระบบกำหนด

ช่วยคิดชื่อของบทความที่มีประสิทธิภาพในการจูงใจผู้อ่าน

ชื่อของบทความหรือ Title นั้นต้องมีการใส่ keyword ให้เหมาะสม ซึ่งมักตรงกับใน Focus keyword ในข้อ 1 ที่กล่าวมาแล้วของบทความ และมีความยาวมากพอจะสื่อสารถึงผู้อ่านได้ว่า ถ้าคลิกเข้ามาจะได้อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่ง Yoast SEO จะมีช่อง SEO Title ให้กรอกชื่อบทความ ถ้าใส่หัวข้อลงไปแล้วขึ้นเป็นดวงไฟสีส้มหรือแดงจะแปลว่า ความยาวบทความไม่เหมาะสม สั้นไป ยาวไป หรือ ไม่สามารถแข่งขันได้ดี ต้องปรับแก้จนกว่าจะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว

ความยาวของเนื้อหาแต่ละบทความ

โดยทั่วไปใน 1 บทความจะแบ่งเป็น ส่วนเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหาและส่วนสรุป ซึ่งต้องมีการใส่ keyword กระจายทั่วไปด้วย ทั้งนี้ Yoast SEO จะมีระบบแนะนำว่าผู้เขียนควรใส่ความยาวของตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 300 คำในแบบภาษาอังกฤษ ซึ่งเมื่อนำมาปรับเป็นภาษาไทยจะอยู่ที่ความยาวไม่ต่ำกว่า 700 คำ จึงจะมีอำนาจการแข่งขัน และทำให้เนื้อหามีความน่าสนใจยิ่งขึ้น การที่ Yoast SEO เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการวิเคราะห์ตัวอักษรที่เป็นภาษาอังกฤษ หากคุณทำเป็นบทความภาษาไทยประจำ ก็อาจจำเป็นต้องใช้ปลั๊กอินชนิดอื่นมาช่วยในการวิเคราะห์ด้วย

จะเห็นได้ว่า plugin Yoast SEO เป็นโปรแกรมที่น่าศึกษา โดยรวมแล้วใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริม SEO หลากหลายด้าน การลงคอร์สเรียนหรือซื้อหนังสือมาอ่าน พร้อมกับพัฒนาเว็บไซต์ไปด้วย จึงเป็นการเรียนรู้การใช้งาน plugin Yoast SEO ที่ดี ที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบผลสำเร็จที่ดียิ่งขึ้นแน่นอน

การใช้ plugin Yoast SEO ให้อันดับ SEO ดีขึ้น

SEO ประโยชน์ของการทำ SEO 2020

SEO ประโยชน์ของการทำ SEO 2020

SEO เป็นเทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาหลายปี ซึ่งนักการตลาดทั่วไปมักแนะนำให้ผู้ที่สนใจการค้าขายบนโลกอินเทอร์เน็ตศึกษาการทำ SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วย เรามาดูกันว่าในปี 2020 ผู้ที่ทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ จะยังได้รับประโยชน์อะไรจากการทำ SEO บ้าง

ทำ SEO มีประโยชน์อย่างไร

ประหยัดงบประมาณในการทำการตลาด – งบประมาณเป็นสิ่งที่จำเป็น เราต้องรัดเข็มขัดมากในยุคปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยในประเทศและสงครามการค้าระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ เช่น จีนกับสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ที่ทำธุรกิจ ลดต้นทุนให้น้อยที่สุด เพื่อให้เหลือกำไรสำหรับการต่อยอดหรือสำรองในธุรกิจได้มากขึ้น

การทำ SEO ตามระบบ search engine optimization ของ Google เป็นสิ่งที่ทำให้เงินเหลือเก็บมากขึ้น เพราะเพียงแค่ ทำเว็บไซต์ SEO อย่างมีคุณภาพและใส่ใจที่จะพัฒนาปรับปรุงเนื้อหาสม่ำเสมอ ดูแลแก้ไขโครงสร้างให้ใช้งานง่าย สวยงามตามเทรนด์ผู้ใช้งาน ฯลฯ ก็จะมีโอกาสถูกจัดอันดับในการนำเสนอด้านบนของหน้าจอการสืบค้น Google ได้ตลอดทั้งปีโดยไม่เสียเงินค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว

ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อให้กับแบรนด์สินค้า – ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่นิยมซื้อสินค้าที่ได้รับเสียงตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ว่าน่าพอใจและมีการรีวิวบอกต่อในโลกออนไลน์ เพราะเป็นสิ่งที่บอกว่าแบรนด์เหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือสูง ไม่ใช่กลุ่มมิจฉาชีพ

เช่นเดียวกันกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอจนอยู่ในระดับสูงสุด Top 5 หรือ Top 10 ของหน้าต่างแสดงผลลัพธ์ของ Google หรือที่เรียกว่า SERPs จะเกิดผลลัพธ์ที่ดี คือทำให้ลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้านั้น ๆ มีความมั่นใจว่า หากเข้าไปใช้บริการในเว็บไซต์ จะได้รับความพึงพอใจสูง ได้สินค้ามีคุณภาพดี และลดโอกาสที่จะถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงได้อย่างมาก

ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่าเดิม – การทำ SEO นั้น ส่วนที่เป็นหัวใจ คือ การผลิตบทความที่มีคุณภาพสูง ซึ่งปัจจุบันจะนิยมใช้คำสำคัญหรือ keyword ที่มีความจำเพาะเจาะจงกับเพศ อายุ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ทำเว็บไซต์ SEO ที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google มักมีการคัดเลือก keyword ให้มีความยาวและตรงกับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น เมาส์เล่นเกมส์ E-sport มีไฟ RGB เป็นสินค้าเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบการเล่นเกมส์ออนไลน์ เป็นต้น เมื่อปรับเปลี่ยน keyword ให้ดี ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสขายสินค้าให้แก่ลูกค้าเกือบทุกรายที่คลิกเข้ามาชมข้อมูล และทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ในปี 2020 ยังเป็นสิ่งสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องทำต่อไปและต้องศึกษาเทรนด์ที่จะตามมาในปี 2020 อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การทำ SEO ส่งเสริมธุรกิจเป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามวิธีการ

ทำ SEO มีประโยชน์อย่างไร

คนทำเว็บไซต์ SEO ต้องรู้ ปี 2020 เน้นด้านไหนดี

คนทำเว็บไซต์ SEO ต้องรู้ ปี 2020 เน้นด้านไหนดี

ในปี 2020 การแข่งขันในวงการธุรกิจออนไลน์สูงขึ้น เนื่องจากสภาพการณ์ไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก ทำให้ทุกแบรนด์ต่างพยายามหากลยุทธ์เพื่อมาแข่งขันกัน การทำ เว็บไซต์ SEO จึงเป็นช่องทางที่ดี ทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคและช่วยเพิ่มยอดซื้อสินค้าได้มากขึ้น เรามาดูกันว่าในปี 2020 เจ้าของธุรกิจออนไลน์และผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องเน้นการพัฒนาด้านใดบ้าง

แนวทางพัฒนาเว็บไซต์ SEO

1. long-tailed keyword

คำสำคัญที่คนใช้ค้นหาสินค้าหรือบทความจะมีลักษณะที่จำเพาะมากขึ้น เพื่อประหยัดเวลาในการสืบค้น ให้พุ่งตรงเป้าหมายมากที่สุด เช่น คนที่ต้องการเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ๆ ก็จะเพิ่มคำค้นหาด้วยคำว่า ประหยัดไฟ รับประกันนาน ดูแลง่าย เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์ที่ให้บริการสินค้านั้น ๆ ก็ต้องผลิตเนื้อหาที่มีข้อมูลเชิงลึกและเป็นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ จึงจะทำให้มีการเข้ามาสืบค้นข้อมูลบ่อย ๆ และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจสั่งซื้อสินค้าได้

2. chatbot

กล่องข้อความอัตโนมัติเป็นตัวช่วยให้ภาพลักษณ์เว็บไซต์ทันสมัย และให้ความสะดวกในการตอบคำถามต่าง ๆ จากผู้บริโภค เช่น ให้ข้อมูลสินค้า หลักการทำงานของสินค้า วิธีการซื้อขาย เทคนิคแก้ปัญหาเบื้องต้นในการใช้สินค้า ฯลฯ มีการสำรวจพบว่าผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มีความนิยมถามคำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการผ่าน chatbot มากขึ้นเป็นเท่าตัวในปีที่ผ่านมา หากคุณต้องการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ก็ไม่ควรพลาดในประเด็นนี้ด้วย

3. Podcast

เป็นช่องทางให้ความรู้และความบันเทิงที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นผลบวกต่อการคิดคะแนนและอันดับ SEO เมื่อมีการอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์บ่อย ๆ จะทำให้เกิดการแชร์และบอกต่อ ๆ ด้วย สาเหตุที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะ Podcast เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ พร้อมกันได้ เช่น ขับรถ ออกกำลังกาย ทำอาหาร เลี้ยงลูก ฯลฯ

4. เป็นมิตรกับมือถือ

ปัจจุบันคนไทยกลุ่มวัยรุ่นถึงผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง จำนวน 9 ใน 10 คน ใช้โทรศัพท์มือถือพกติดตัวตลอดเวลา ทั้งเพื่อการหาข้อมูลทางการศึกษา เล่นเกมส์ เล่นหุ้นออนไลน์ สั่งซื้อของทางอินเทอร์เน็ต ฯลฯ หากต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักง่ายขึ้น ก็ต้องทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทางมือถือด้วย ซึ่งผู้ที่ทำเนื้อหาและภาพประกอบก็ควรลดขนาดภาพให้เล็กลง เพื่อลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรในมือถือน้อยลง ไม่มีอาการสะดุดในการใช้งาน และใช้เวลาในการดาวน์โหลดลดลง

จะเห็นได้ว่า การพัฒนาเว็บไซต์ SEO ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยดึงดูดความสนใจ เพิ่มโอกาสกลับมาใช้บริการซ้ำ และเพิ่มยอดขายได้ในระยะยาว เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ทำให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ SEO ได้อย่างดีเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจต่อไป

แนวทางพัฒนาเว็บไซต์ SEO

ปลั๊กอิน YOAST SEO มีอะไรน่าสนใจ

ปลั๊กอิน YOAST SEO มีอะไรน่าสนใจ

เราเชื่อว่าคนที่ทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ต้องรู้จัก Yoast SEO กันดีอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้อันดับในการทำ SEO คนดียิ่งขึ้นได้ แต่สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ เพิ่งเปิดเว็บไซต์ขายของมาไม่นาน เราขอให้ข้อมูลพื้นฐานที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

Yoast SEO เป็น plugin ตัวช่วยที่นิยมนำมาใช้สำหรับการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลัก SEO หรือ search engine optimization ที่ Google กำหนด เพื่อให้ระบบ algorithm นำไปประมวล แล้วเสนอผลการสืบค้นที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

หากใช้งาน WordPress ทำบทความ SEO อยู่แล้ว จะสามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้ฟรี เพื่อการปรับแก้ไขระหว่างการทำ SEO ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่พลาดโอกาสในการปรับปรุงบทความให้มีคุณภาพสูงขึ้น และเสริมสร้างอำนาจในการแข่งขันกับบริษัทธุรกิจอื่น

Yoast SEO สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้ จากประเด็นต่อไปนี้

1. ช่วยเลือก keywords ที่เหมาะสม

การใช้ keyword SEO ที่สั้นเกินไปหรือมีความหมายกว้าง จะทำให้อำนาจในการเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายน้อยลง คิดเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในยอดขายสินค้าได้ต่ำ กว่าการใช้แบบ Niche Long-tailed keywords ที่เฉพาะเจาะจงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเช่น ประเภทของสินค้า+ยี่ห้อ+กลุ่มเป้าหมาย เช่น เสื้อแฟชั่น+เกาหลี+หญิง+คนรุ่นใหม่+ฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นได้ว่าเมื่อเลือก keyword ที่ดี การสร้างผลงานบทความก็จะมีคุณภาพยิ่งขึ้นด้วย

2. การปรับแต่งหัวข้อและบทย่อ

หัวข้อที่ดีช่วยจูงใจให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาชม และหากมี Meta Description หรือบทย่อความยาว 150 คำที่น่าสนใจ ก็จะทำให้เข้าใจได้ว่าหากคลิกเข้ามาแล้ว จะได้รับความรู้ในประเด็นใดบ้างจากบทความ ส่วนนี้จึงเป็นเหมือนประตู ที่ผู้อ่านจะได้รู้จักเว็บไซต์คุณมากขึ้น Yoast SEO จะแสดงสัญลักษณ์เป็นสีเขียว ส้ม แดง พร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษที่จะทำให้คุณเข้าใจได้ว่า การตั้งชื่อหัวข้อและคำอธิบายย่อ เหมาะสมหรือยัง โดยจะเป็นแนวเดียวกับการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดในข้อแรก

3.การทำ Internal Link

Yoast SEO สามารถช่วยให้คุณทำ Internal Link ได้น่าสนใจ จากการกำหนดประโยคสั้น ๆ ใบบางช่วงของบทความ หรือคำบางคำ ที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่บทความใหม่ในหน้าเพจอื่น ๆ ของคุณได้ การคลิกที่รูปลูกโซ่ของฟังก์ชั่นนี้ จะทำให้เพิ่มอันดับ SEO ได้ดีขึ้น เมื่อผู้อ่านนำลูกศรไปที่ตำแหน่งนั้น จะกลายเป็นรูปมือ ที่คลิกสร้างการเชื่อมโยงได้ง่าย ๆ

จะเห็นได้ว่า Yoast SEO มีประโยชน์มากต่อการทำบทความซึ่งส่งผลต่อการทำเว็บไซต์ SEO ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง และต่อยอดเพื่อการพัฒนาคุณภาพเว็บไซต์ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

Yoast SEO สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้

ทำความรู้จักปลั๊กอิน Yoast SEO สำคัญอย่างไร

ทำความรู้จักปลั๊กอิน Yoast SEO สำคัญอย่างไร

ปลั๊กอิน Yoast SEO นับเป็น plugin สำคัญ ที่นักพัฒนาเว็บไซต์ทั่วโลกนิยมใช้ (จากสถิติพบว่าใช้มากกว่า 5 ล้านเว็บไซต์) เพราะสามารถส่งเสริมประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ในเว็บไซต์ SEO ได้อย่างรวดเร็ว

ทำไมการทำ SEO ถึงนิยมใช้ปลั๊กอิน Yoast SEO

เหตุผลสำคัญที่ ปลั๊กอิน Yoast SEO ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะแม้แต่นักพัฒนาเว็บไซต์ SEO มือใหม่ ก็ศึกษาเรียนรู้การใช้งานได้ง่าย มีขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก

เริ่มจากการคลิกไปที่ช่อง editor เพื่อให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์ SEO ใส่ข้อมูลหัวเรื่อง (Title) และบทสรุปย่อ (Meta Description) เพื่อให้ระบบปลั๊กอิน Yoast SEO เริ่มวิเคราะห์ หากปรากฏเป็นแถบสีเขียว แสดงว่ายังสามารถเพิ่มเติมข้อมูลลงไปได้อีก เพื่อทำให้อันดับ SEO ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่าเติมข้อมูลมากเกินไป ควรตัดออกบางส่วน

ในปลั๊กอิน Yoast SEO ยังมีช่องในการวิเคราะห์ keyword (จะใส่ได้ครั้งละ 1 คำ) เพื่อให้ระบบวิเคราะห์และแสดงเป็นตัวอักษรแนะนำว่าคีย์เวิร์ดที่ใช้มีความยาวเหมาะสมหรือยัง ควรใช้คีย์เวิร์ดซ้ำกี่ครั้งในแต่ละในเพจ จึงจะไม่ทำให้ระบบ algorithm ของ Google วิเคราะห์ว่าเป็นสแปม

ทั้งนี้ บทความ SEO ที่ดีเพิ่มอัตราการแข่งขันได้สูง ควรจะใช้คีย์เวิร์ดที่เป็น long-tailed keyword ที่มีความยาวและจำเพาะเจาะจง เช่น รองเท้ากีฬา ก็ควรระบุรุ่นและยี่ห้อลงไปด้วย ไม่ควรใช้แค่คำว่ารองเท้า เพราะจะมีประสิทธิภาพในการแข่งขันต่ำ

ความพิเศษของปลั๊กอิน Yoast SEO ยังรวมไปถึงการมีปุ่มให้กดสร้างไฮเปอร์ลิงก์ในช่วงของคำหนึ่ง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจอยากรู้รายละเอียด สามารถคลิกแล้วไปปรากฏที่อีกหน้าเพจหนึ่งได้อย่างอัตโนมัติ จึงเป็นเทคนิคการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเพจในเว็บไซต์ธุรกิจของตัวเอง สามารถเพิ่มค่า Traffic และโอกาสในการขายมากขึ้นด้วย

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุค 2019 คือการเชื่อมโยงลิงก์ไปสู่ช่องทางโซเชียลต่าง ๆ เพื่อการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง ปลั๊กอิน Yoast SEO มีปุ่ม social share ที่สามารถคลิก เพื่อส่งรูปภาพและบทความที่เลือกให้ไปปรากฏยังสื่อ Social Media เช่น Facebook Twitter ได้อย่างรวดเร็วทำความรู้จักปลั๊กอิน Yoast SEO สำคัญอย่างไร

แม้ว่า ปลั๊กอิน Yoast SEO จะมีข้อดีหลายข้อ แต่ก็มีข้อจำกัดที่นักพัฒนาเว็บไซต์ SEO ควรทราบ นั่นคือ ความแม่นยำในการวิเคราะห์บทความที่เป็นภาษาไทย ซึ่งเชื่อว่าจะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป แต่โดยรวมแล้วเป็น plugin ที่คนทำเว็บไซต์ชาวไทยให้ความนิยม จากการทำให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ปลั๊กอิน Yoast SEO สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพียงเข้าไปที่ dashboard และกดปุ่ม add plugin หลังจากนั้น ให้พิมพ์หาชื่อ Yoast SEO แล้วติดตั้ง ก็จะมีเมนูปลั๊กอิน Yoast SEO ปรากฏขึ้นมาใน wordpress ซึ่งผู้เขียนบทความออนไลน์ SEO รู้จักกันดี

ด้วยความสะดวกและรวดเร็วของการใช้งานปลั๊กอิน Yoast SEO จึงไม่น่าแปลกใจที่ได้รับความนิยมมานาน ซึ่งผลลัพธ์ในการใช้งาน คือ ทำให้ผลการประมวลข้อมูลจาก algorithm ของ Google ดีขึ้น (ปรากฏในอันดับสูงขึ้นของหน้าสืบค้น) จึงทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางการตลาดได้มากขึ้นนั่นเอง

การซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นช่องทางสร้างรายได้

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ ต้องรู้จัก SEO และวิธีการตรวจสอบ

การซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับพ่อค้าแม่ค้าคนรุ่นใหม่ เนื่องจากระบบการสื่อสารอินเทอร์เน็ตที่มีความรวดเร็วสูง ทำให้คนนิยมพกพาโทรศัพท์สื่อสารในการหาข้อมูล ติดตามแฟชั่น รวมถึงการสั่งซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการตลอดเวลา

การจะทำให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องสร้างฐานลูกค้า ด้วยการทำ SEO ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าที่อยากประสบความสำเร็จต้องอ่านบทความนี้จนจบ

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพียงอาศัยความสม่ำเสมอในการทำ นั่นคือ การพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่ Search Engine อย่าง Google กำหนด ใน 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO

คือ การออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้สวยงาม แยกสินค้าและบริการเป็นหมวดหมู่และใช้งานง่ายทั้งในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือที่เรียกว่า Mobile Friendly รวมถึงการออกแบบโลโก้ฟอนต์ตัวอักษร ที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความโดดเด่นควบคู่กับการเลือกธีมสีสันที่สวยงาม และทำให้อ่านสบายตา

นอกจากนี้ การผลิตบทความ SEO ที่มีคุณภาพ ด้วยการใช้ Keyword ที่เหมาะสมยังทำให้ได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น จากการค้นหาด้วย Keyword นั้น ๆ ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. Off-Page SEO

เป็นการเชื่อมโยงลิงก์เว็บไซต์หลาย ๆ แห่งเข้าด้วยกัน ร้านค้าออนไลน์ควรที่จะแนะนำข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมากกว่าการเน้นขายสินค้า ตามห้องแชทหรือกลุ่มสังคมSocial ต่าง ๆ เช่น คุณขายเสื้อผ้าเด็ก ก็ควรแนะนำการเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะกับเด็กในกลุ่มที่รวมผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายไว้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ ต้องรู้จัก SEO และวิธีการตรวจสอบ

เมื่อมีผู้ที่เห็นสาระในเนื้อความที่คุณนำไปโพสต์ และอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากสนับสนุนหรือซื้อสินค้าจากคุณ ก็สามารถที่จะให้ URL Address เพื่อนำมาซึ่งการซื้อขายได้

การตรวจสอบผลในการทำ SEO จะใช้ระยะเวลา 3 ถึง 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากเป็นการสะสมข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ ที่ Algorithm หรือ AI อัจฉริยะของ Search Engine จะสำรวจและเก็บข้อมูลเป็นระยะ

การทดสอบผลการทำ SEO ที่ง่ายที่สุด คือการเข้า Google Search Console ที่ เชื่อมโยงกับระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ซึ่งจะเก็บค่าสถิติผู้ชมต่าง ๆ เมื่อติดตั้งแล้วก็สามารถล็อกอินเข้า Google Account เพื่อเช็คอันดับ SEO ซึ่งยังตรวจสอบได้อีกว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้คำใดในการสืบค้นบ้าง รวมถึงจะแสดงค่า CTR หมายถึงอัตราการคลิก ที่คำนวณจากจำนวนการคลิกของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่อจำนวนครั้งที่เห็นเว็บไซต์ของคุณปรากฏในหน้าจอ จะทำให้เกิดการพัฒนาเว็บไซต์ได้ดีในระยะยาวยิ่งขึ้น

หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ทุกท่านใส่ใจการทำ SEO ตั้งแต่ต้นของการทำธุรกิจ และตรวจสอบการผลสำเร็จของการทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อนาคตของธุรกิจเติบโตและยั่งยืนยิ่งขึ้น