การใช้ SEO และโซเชียลมีเดียเพิ่มคนเข้าเว็บไซต์

การใช้ SEO และโซเชียลมีเดียเพิ่มคนเข้าเว็บไซต์

เหตุผลของการทำ SEO คือการเพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการเข้าถึงคนจำนวนมากซึ่งมีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าเป้าหมายในอนาคต ทุกเว็บไซต์ที่ขายทางออนไลน์จึงพยายามเพิ่มจำนวนผู้ชม วิธีหนึ่งคือการใช้โซเชียลมีเดียช่วยทำตลาดให้เว็บไซต์มีผู้ติดตามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Line, Twitter, Pinterest และอื่น ๆ โดยเทคนิค SEO ที่ใช้ในเว็บไซต์สามารถโอนไปยังโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย สิ่งเดียวที่แตกต่างคือโครงสร้างของเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียซึ่งจะต้องเหมาะสมกับรูปแบบด้วย

การทำเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก มีประโยชน์

การทำเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก แนะนำให้โพสต์บทความเป็นประจำ ถ้าคุณไม่สามารถโพสต์บทความบ่อย ๆ อย่างน้อยควรเขียนบทความที่มีคุณภาพสูงมากและน่าสนใจ วิธีนี้จะดึงดูดคนเข้าใช้บริการได้มากขึ้น ทั้งชื่อเรื่องและเนื้อหาของบทความต้องใส่คีย์เวิร์ดที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน เทคนิคการทำ SEO จะเชื่อมโยงหน้าเว็บไซต์กับโซเชียลมีเดียด้วยการใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน เครื่องมือค้นหาจะโปรโมตโพสต์โดยอิงจากคีย์เวิร์ด ทำให้บทความกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว อยากให้ผู้ชมค้นหาและพบโพสต์ของเว็บอย่างรวดเร็ว ควรเลือกคำหลักที่เหมาะสมที่สุด แทรกคีย์เวิร์ดในหน้าอธิบายผลิตภัณฑ์ด้วย หากคุณขาดแรงบันดาลใจ ไม่แน่ใจว่าควรเลือกคีย์เวิร์ดแบบใด อาจต้องการลองใช้บริการด้านการตลาดและจ้างนักเขียนมืออาชีพในการช่วยทำ SEO และการตลาดออนไลน์ โดยจับความคิดของผู้ประกอบการมาเขียนเรื่องราวต่างๆ เพื่อทำการโปรโมตเว็บผ่านสื่อสังคมออนไลน์

การใช้ SEO และโซเชียลมีเดียเพิ่มคนเข้าเว็บไซต์

ก่อนเขียนบทความต้องศึกษาลูกค้าเป้าหมายว่ามีพฤติกรรมการจับจ่ายและความพึงพอใจอย่างไร เนื้อหาที่สนุกสนานจะเป็นที่นิยมของคนทั่วไป ส่วนคนที่มีการศึกษามีระดับสูงสนใจคอนเทนต์ที่ให้ความคิดและมุมมองใหม่ ๆ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับความต้องการ อาจเสริมด้วยไฟล์ภาพสวย ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ หรือโพสต์วิดีโอสั้น ๆ อธิบายคุณประโยชน์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

รูปภาพเป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคการทำ SEO ด้วย การโพสต์บทความบนสื่อสังคมออนไลน์โดยที่ไม่มีรูปภาพจะไม่ค่อยน่าสนใจและประสบความสำเร็จน้อยกว่าโพสต์ที่มีรูปภาพ เพราะรูปภาพดึงดูดความสนใจของผู้คน เลือกรูปภาพอย่างระมัดระวัง ควรเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อความในโพสต์ที่ลงบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังมองหาคนเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น บางคนอาจคลิกลิงก์หลังจากเห็นภาพโดยไม่ต้องดูข้อความที่ได้โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์แม้แต่น้อย แสดงถึงอิทธิพลของรูปภาพต่อการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ แต่ถ้าเลือกภาพสวย ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับกับโพสต์หรือเว็บไซต์เลยเพื่อหวังดึงคนเข้ามาเยี่ยมเว็บจำนวน ผลลัพธ์ที่ได้จะมีแต่ด้านลบ เพราะทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาแล้วไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงไม่ค้นหาต่อและอาจไม่กลับมาใช้บริการซ้ำอีก

อย่าลืมว่าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียและโพสต์บทความของคุณจะปรากฏบนในผลการค้นหาของ Google จึงเป็นเหตุผลที่ควรผลักดันแบรนด์ให้สร้างความโดดเด่นบนโพสต์โซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ให้คนเห็นและรู้จักมากขึ้นอีก

seo มีประโยชน์

ทำไมถึงต้องใช้ SEO ในการโปรโมทเว็บไซต์

เมื่อพูดถึงการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักและชื่นชอบต้องอาศัยการโฆษณาเข้าถึงคนจำนวนมากเผยแพร่ข้อมูลออกไปให้รู้แบรนด์ของเราคือใคร ทำอะไร มีสินค้าและบริการอะไรบ้าง การทำ SEO มีประโยชน์และเป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกของธุรกิจการค้าผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งมีการแข่งขันสูง ช่วยให้ เว็บไซต์ใช้ง่าย และค้นหาง่ายด้วยการแสดงผลในหน้าแรก ๆ ของการค้นหาบนกูเกิ้ล นอกจากนั้นยังใช้เงินลงทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับการโฆษณารูปแบบอื่น เรามาดูเหตุผลทีละน้อยว่าการทำ SEO มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

SEO มีประโยชน์อย่างไร

1.ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้ค้นหาจำนวนมาก – หากเว็บไซต์ของเราทำ SEO อย่างถูกต้อง สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าเว็บไซต์มากขึ้น มีโอกาสสร้างความประทับใจให้ผู้ชมหน้าใหม่กลายเป็นลูกค้าประจำบนเว็บไซต์ของคุณได้ ตามปกติการค้นหาสินค้าและบริการบนอินเทอร์เน็ต เราจะใช้ Search Engine อย่างกูเกิ้ลในการค้นหาโดยใส่คีย์เวิร์ดลงไป เช่น “ประกันชีวิต” ชื่อของบริษัทประกันจะปรากฏขึ้นมากมาย หากทำ SEO ช่วยให้ชื่อบริษัทของคุณปรากฏขึ้นมาภายในหน้าแรกบนกูเกิ้ล สร้างโอกาสให้บริษัทเปิดตัวใหม่เข้าถึงลูกค้าที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโฆษณาที่มีราคาแพง การเลือกคำค้นหาที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราเน้นคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง เช่น “ประกันภัย การเดินทาง” “ประกันภัย รถยนต์” ผลการค้นหาจะแคบลงและเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น จำนวนคู่แข่งยิ่งน้อยลง

2.สร้างลูกค้าใหม่ ดึงดูดใจลูกค้าเดิม – การทำ SEO ช่วยให้เข้าถึงผู้ค้นหาได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว และเป็นวงกว้าง ผู้คนโดยส่วนมากจะมีความสนใจในสินค้าหรือบริการเป็นทุนเดิม ถ้าคีย์เวิร์ดที่ค้นหาเชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดของการทำ SEO ในเนื้อหาของคอนเทนต์ ย่อมมีโอกาสเข้าถึงและเปิดตัวให้ลูกค้าใหม่ได้รู้จักตลอดเวลา พร้อมกันนี้ยังอัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวไปยังลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ยิ่งเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในการเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายได้ดีเท่าไร สามารถเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้นเท่านั้น เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำเว็บไซต์ของคุณได้ในระยะเวลาที่ยาวนาน

3.ช่วยโปรโมทเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา – การส่งต่อและรับข่าวสารจากคนรู้จักกันทำให้เกิดความไว้วางใจ สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์มากกว่าการโฆษณาผ่านสื่อทั่วไป นอกจากนี้ผู้ที่มีความสนใจสามารถค้นหาคีย์เวิร์ดและพบเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา เรียกว่าเป็นช่องทางการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงเพราะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในทุกๆ วัน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัด

รูปแบบการทำตลาดออนไลน์ผ่านการทำ SEO สามารถเชื่อมโยงกับสื่อโซเชียลต่าง ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม หรือช่องทางอื่นๆ ช่วยให้เกิดการส่งต่อ กดไลค์ กดแชร์ ช่วยกระจายการจำนวนผู้รับข่าวสาร สังเกตได้ว่าการสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมกับการทำ SEO ใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปอย่างแนบเนียนช่วยให้เกิดความแปลกใหม่และกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคได้มากกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่น สามารถแทรกรูปถ่ายสวยๆ คลิปวิดีโอและสื่อมัลติมีเดียอื่น ๆ สร้างมิติใหม่ของการตลาดออนไลน์ให้เกิดกระแส เมื่อถูกเผยแพร่ออกไปก็มักจะสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจมากขึ้น

การตลาดผ่าน seo

Keywords SEO On Page

ความนิยมผิดๆเรื่องคีย์เวิร์ดในเนื้อหาเว็บ

เป็นธรรมดาที่ทุกอย่างต้องมีการเข้าใจผิดกันได้ ไม่เว้นแม้แต่วงการ SEO ก็ตาม ความเข้าใจผิดที่จะพูดถึงในบทความนี้มีเหตุมาจากมีเพื่อนๆ SEO ได้สอบถามผมเข้ามาว่า การทำ SEO On Page ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องใช้คีย์เวิร์ดเป็นคำแรกของไตเติ้ลเว็บและคำแรกของเนื้อหาบทความหรือไม่ เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะเมื่อก่อน การทำอันดับเว็บไซต์ เราจะมีความเชื่อว่าการใส่คีย์เวิร์ดไว้คำแรกของเนื้อหาไตเติ้ลและเนื้อหา จะเป็นจุดโฟกัสสำคัญที่ Search Engine จะให้ความสำคัญของเว็บเรามากกว่าเนื้อหาเว็บอื่นที่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคีย์เวิร์ด เป็นความเชื่อที่ไม่ได้คิดเอาเองซะด้วย มีการทดลองแล้วปรากฎว่ามันได้ผลลัพธ์เป็นแบบนั้นจริง จนทำให้วิธีใส่คีย์เวิร์ดไว้ในคำแรกนิยมใช้กันมาก

ปัจจุบัน การทำวิธีนี้ไม่ได้ผลแล้ว

แต่ทุกอย่างย่อมมีจุดสิ้นสุดลง เมื่อ Google จับไต๋ได้ว่านักทำ SEO เริ่มนิยมทำเว็บแบบนี้มากขึ้น ซึ่งมันไม่ได้แมชกับความเป็นคุณภาพสักเท่าไหร่ หลายคนพยายามเน้นแต่คีย์โดยที่ไม่สามารถสัมพันธ์คีย์เวิร์ดเข้ากับบทความได้เลย Google จึงมีการอัพเดทอัลกอริทึ่มครั้งใหม่โดยลดค่าความสำคัญส่วนนี้ลงไปแทน ดังนั้น ในยุคสมัยนี้ จะใส่ไว้คำแรกของไตเติ้ลและบทความ หรือจะใส่ไว้คำที่ 2 3 4 ก็มีค่าเท่ากันหมด ใครที่ยังคิดจะพยายามสร้างความเชื่อมโยงของบทความให้เข้ากับคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ขึ้นต้นเป็นคำแรกก็ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแล้ว เขียนเรื่องราวลงเว็บของเราแบบสบายๆ ไม่ต้องไปโฟกัสเรื่องพวกนี้ให้เครียด จำได้ว่าในช่วงที่นิยมทำรูปแบบใส่คีย์เวิร์ดเป็นคำแรก เจ้าของเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่รักการทำ SEO เข้าเส้นเลือด ถึงกับต้องมารื้อแก้ไขเว็บยาวๆเป็นเดือนเลยกว่าจะแก้ได้ทุกบทความ สุดท้ายเมื่อ Google ได้ลดค่าความสัมพันธ์เรื่องนี้ลงไป ก็มานั่งคิดขำตัวเองว่าทำอะไรลงไปวะเนี่ย…

SEO พื้นฐาน ดีกว่า SEO เทคนิคเยอะ

ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าการทำ SEO แบบ Basic ไม่ต้องคิดลึกซึ้งให้ปวดหัว ย่อมดีกว่าการทำ SEO สายเทคนิคร้อยพ่อพันแม่มายำไว้ในเว็บของเรา ไม่ว่าจะใช้เทคนิค Redirect เข้าหน้าเว็บเพจต่างๆที่ไม่ซ้ำกัน หรือใช้ nofollow ใส่ลิงค์บางส่วนแบบเอาให้เป๊ะทุกลิงค์ขาออกในเว็บเราที่ไม่ต้องการให้บอทตามไปยังเว็บปลายทาง เพื่อควบคุมลิงค์ออกทั้งเว็บไซต์ของเรา หรือจะเทคนิคอื่นๆที่มีมาไม่ขาดสายในแต่ละยุคสมัยของการทำ SEO แต่ทุกครั้งที่อัลกอริทึ่มของ Search Engine อัพเดทครั้งใหญ่ เว็บที่เทคนิคเยอะก็มักจะอันดับร่วงง่ายกว่าเว็บที่ทำแบบงงๆแต่อยู่บนการทำ SEO พื้นฐานที่ถูกต้อง ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ เอาที่คิดว่าวิธีไหนที่ควรจะทำในเว็บคุณภาพก็ให้ทำ อันไหนไม่รู้ว่ามีผลดีหรือเสียก็ไม่ต้องไปตามกระแสทำ ถ้าอยากทำ SEO สายเทคนิคเยอะๆ ก็ให้ทำเว็บสร้างใหม่ที่พร้อมจะทิ้งได้เสมอ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าเทคนิคที่เราใช้ วันนึงมันจะส่งผลเสียให้เว็บของเรารึปล่าว ซึ่งจากสถิติแล้วถ้าเป็นเทคนิควิชา SEO ทางลัดก็มักจะส่งผลเสียในระยะยาวอยู่แล้ว คิดดีๆก่อนทำอะไรสักอย่างนึงนะ