SEO ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร

SEO ช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่นิยมทำกันเพื่อเป็นตัวช่วยหาลูกค้าหรือเพื่อให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก็คือการทำเว็บไซต์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว การมีเว็บไซต์ทำได้ไม่ยาก ใคร ๆ ก็มีได้ ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อเรามีเว็บไซต์แล้ว ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก ได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการค้นหาใน Google ต่างหาก

การทำ SEO คือคำตอบ

เว็บไซต์ใดที่ไม่ได้มีทำ SEO หรือทำ SEO ไม่ดีหรือไม่เต็มที่ หรือเป็นเว็บที่ Google ยังมองว่า ไม่เป็นประโยชน์เท่ากับอีกหลาย ๆ เว็บ Google Bot ก็จะไม่นำเข้าในลิสต์ ผลการค้นหาก็จะไม่ถูกนำไปแสดง หรืออาจจะแสดงก็ได้ แต่แสดงในตำแหน่งหรือลำดับที่ไกลมาก คนตามเข้าไปคลิกไม่ถึง

ดังนั้น SEO จึงสำคัญและจำเป็นมากที่คนทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์ไม่อาจมองข้าม เพราะการทำ SEO จะเป็นเสมือนการบอกกล่าวหรือแนะนำธุรกิจของเราให้ทุกคนได้รู้จัก ประมาณว่ามีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ชื่อนี้อยู่ในโลกใบนี้ด้วยนะ ซึ่งแน่นอนเป็นการสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มโอกาสในการขายให้เรานั่นเอง การทำ SEO จึงเปรียบเสมือนการเตรียมหน้าร้านหรือเว็บไซต์ของเราให้พร้อมที่สุดสำหรับการค้าขายออนไลน์

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า ถ้าต้องการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ มีคนเข้าไปดูมากมาย, SEO เป็นสิ่งที่คุณจะมองข้ามไม่ได้เลย

การทำ SEO คืออะไร

การทำ SEO คือ การทำเนื้อหาของเว็บไซต์หรือวิธีการทางเทคนิคเพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้แสดงอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาบน Google Search โดย Search Engine (Google, Yahoo หรือ Bing)จะเข้ามาอ่านและนำไปจัดลำดับ ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าของธุรกิจต่างก็ต้องการให้เว็บไซต์ของตนได้อยู่ในลำดับต้น ๆ เพราะยิ่งอยู่ลำดับแรก ๆ เท่าไหร่ โอกาสที่จะมีคนคลิกเข้าดูก็จะมากขึ้นเท่านั้น นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะการทำ SEO เราไม่ต้องเสียเงินให้ Google เลย เพียงแต่เราต้องคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ Google ได้จัดลำดับเว็บไซต์ของเราเป็นตำแหน่งแรก ๆ เท่านั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เว็บของเรามีคุณภาพแค่ไหน คอนเทนต์น่าสนใจเพียงใด มีจำนวน Keyword เหมาะสมพอที่ Google จะนำไปจัดลำดับหรือไม่นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเมื่อเราทำ SEO แล้ว เว็บไซต์ของเราจะขึ้นไปอยู่หน้าแรกในทันทีทันใด เพราะกว่าที่เว็บไซต์ของเราจะขึ้นไปอยู่ลำดับต้น ๆ ได้ ต้องใช้เวลานับเดือน ดังนั้น เจ้าของธุรกิจหากคิดจะทำ SEO ก็ควรทำได้เลยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเว็บไซต์ก่อนก็ได้ ส่วนคนที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว เมื่อทำ SEO ก็ให้ใจเย็น ๆ อย่าลืมว่าการที่เว็บใดเว็บหนึ่งจะถูกเลื่อนอันดับได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อไหร่ที่ Google เห็นว่าเว็บนั้น ๆ มีศักยภาพ ก็จะค่อย ๆ เลื่อนลำดับตำแหน่งหน้าเว็บขึ้นมาให้เองเรื่อย ๆ จนถึงหน้าแรกสุด (ลำดับ 1-10) ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งบนสุดคือตำแหน่งที่ทุกธุรกิจต่างแย่งชิง

ในโลกของการแข่งขัน มีหลายหนทางที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณนำหน้าคู่แข่งได้ และยืนอยู่บนโลกธุรกิจได้อย่างองอาจเข้มแข็ง เว็บไซต์ SEO คือหนทางหนึ่งที่ช่วยคุณได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม อย่าลืมศึกษาหาความรู้และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องและมั่นใจ เพราะโลกธุรกิจคือโลกของผู้รู้จริงเท่านั้น

แจกกลยุทธ์ 5 ข้อสำหรับการทำ SEO เพื่อการตลาดออนไลน์ที่ได้ผล

แจกกลยุทธ์ 5 ข้อสำหรับการทำ SEO เพื่อการตลาดออนไลน์ที่ได้ผล

ปัจจุบันการทำธุรกิจเกิดการแข่งขันที่รุนแรง ต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา รวมทั้งข้อมูลของสินค้าและบริการจะต้องส่งตรงถึงผู้บริโภคด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นการทำการตลาดออนไลน์จึงถือเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ตัวช่วยที่ได้ผล มีประสิทธิภาพ และไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากมายคือการทำให้ข้อมูลสินค้าหรือบริการติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาในกูเกิ้ล (Google) หรือที่เรียกว่า SEO นั่นเอง วันนี้เราจะมาแจกกลยุทธ์การทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพเพื่อการทำการตลาดออนไลน์ที่ได้ผลกัน

SEO หรือ Search Engine Optimization คือกระบวนการบนโลกออนไลน์ที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นเว็บไซต์ของธุรกิจ ได้ทำความรู้จักสินค้าหรือบริการ ตลอดจนเกิดการซื้อขายสินค้าหรือบริการของธุรกิจได้จากการมองเห็นข้อมูลของเว็บไซต์ของธุรกิจจากการค้นหาในกูเกิ้ล (Google) ซึ่งสาเหตุที่ธุรกิจต้องทำ SEO เพราะปัจจุบันเมื่อผู้บริโภคต้องการค้นหาสินค้าหรือบริการใดก็จะเข้าไปค้นหาในกูเกิ้ล (Google) เป็นหลัก ดังนั้นธุรกิจจึงต้องทำ SEO ให้ดีโดยใช้กลยุทธ์ดังนี้

1.ทำให้เว็บไซต์ของธุรกิจเป็นที่รู้จักต่อกลุ่มเป้าหมายด้วยการใช้คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่สั้น กระชับ และตรงกับชื่อสินค้าหรือบริการของเรา เช่น ขายอาหารคลีน ก็ใช้คีย์เวิร์ดว่า อาหารคลีนราคาถูก ก็ได้ เพื่อให้นักท่องออนไลน์ทั้งหลายหาเว็บไซต์ธุรกิจให้เจอและได้มีโอกาสคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของธุรกิจได้

2.อันดับต่อมาเมื่อมีคนเข้ามาเห็นเว็บไซต์ของธุรกิจแล้วก็ต้องทำให้คนๆ นั้นสนใจกับเว็บไซต์ของธุรกิจให้นานและมากที่สุดโดยอาจใช้การออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้น่าสนใจ มีลูกเล่น หรือมีคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเพื่อให้เขารู้จักตัวตนของธุรกิจส่วนจะใช้บริการหรือซื้อสินค้าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมทางการตลาดที่แสดงอยู่บนหน้าเว็บไซต์ว่ามีความน่าสนใจและดึงดูดใจผู้บริโภคมากแค่ไหน

3.การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าจะไม่ใช่การสักแต่ขายของเพียงอย่างเดียว แต่การสร้างแบรนด์ให้เกิดขึ้นในใจของผู้บริโภคต่างหากที่สำคัญมากกว่า ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ของเราแล้ว เราก็ต้องให้อะไรที่เป็นประโยชน์กับเขาตอบแทนบ้าง เช่น ประโยชน์ของสินค้าหรือบริการที่แบรนด์ของเราทำอยู่ก็ได้ ซึ่งไม่ใช่การดึงเขาไว้เพื่อการขายของเป็นอันดับแรก

4.การขายของจะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้บริโภครู้จักธุรกิจเพียงพอ เวลานี้จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ธุรกิจสามารถโฆษณาถึงคุณสมบัติและประโยชน์หรือสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับอย่างเต็มที่ ทางเลือกอีกข้อคือการทำ Google Adwords หรือก็คือการซื้อโฆษณาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงธุรกิจได้ง่ายขึ้นก็ได้

5.สุดท้ายธุรกิจต้องมีการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีการบอกต่อสินค้าหรือบริการของธุรกิจด้วยการรีวิวเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายเข้าไปก็ได้ ธุรกิจก็จะเป็นที่รู้จักและถูกบอกต่อไปเรื่อยๆ ทำให้คนรู้จักธุรกิจได้มากขึ้น

ในยุคที่ออนไลน์นำการใช้ชีวิตของผู้คนแบบนี้ การทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO ที่มีประสิทธิภาพถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจจะต้องใส่ใจเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ยั่งยืนมากขึ้น

SEO voice search มาแน่ เตรียมคอนเทนต์อย่างไรให้หาง่าย

SEO voice search มาแน่ เตรียมคอนเทนต์อย่างไรให้หาง่าย

โลกยุคดิจิทัล การทำ SEO เพื่อส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเครื่องมือค้นหา เช่น Google มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุมและครบวงจรมากขึ้น ซึ่งการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะการทำ Search Engine Optimization หรือ SEO ที่หวังผลบน Google นั้น สามารถทำได้หลายวิธี และ Voice Search ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กำลังเป็นเป็นที่นิยมมากขึ้น และเราควรเตรียมคอนเทนต์อย่างไร ให้ค้นหาได้ง่ายและสอดคล้องกับหลักการของ SEO มากที่สุด

หลายปีมานี้กระแสการทำธุรกิจออนไลน์มีการปรับตัวในทุกทิศทุกทางเนื่องจากภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่สูงมากขึ้น ความต้องการที่ไม่รู้จบของผู้ซื้อ นำมาซึ่งการพัฒนาระบบการค้นหาสิ่งของ เรื่องราว บุคคลและสินค้าด้วยเสียงหรือ Voice Search ซึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยความฉลาดในระบบ AI ของ Google ช่วยให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถใช้ภาษาต่าง ๆ ในการค้นหาสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาไทย โดยข้อมูลของ Google ในปี 2016 ระบุอัตราการเติบโตของการใช้ Voice Search อยู่ที่ 20% จนกระทั่งในปี 2020 พบว่าความนิยมในการค้นหาด้วยเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของการค้นหาทั้งหมด นั่นย่อมเป็นการการันตีได้ว่า Voice Search เป็นเทรนด์แห่งยุคสมัยปัจจุบัน

ดังนั้นธุรกิจออนไลน์ และการทำการตลาดออนไลน์จึงควรเตรียมพร้อมดังต่อไปนี้

1.เรียนรู้และทำความเข้าใจในความแตกต่างที่แท้จริง ระหว่าง Text Search และ Voice Search ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เช่น การค้นหาด้วย Text Search จะสั้นกว่า โดยเฉลี่ยใช้คำตั้งแต่ 1-3 คำเป็นอย่างต่ำ แต่สำหรับการค้นหาแบบ Voice Search นั้นจะใช้การค้นหาเป็นคำหรือประโยคที่ยาวกว่า Text Search ตัวอย่างเช่น เราจะพิมพ์หาร้านกาแฟ เริ่มจาก “กาแฟสดใกล้บ้าน” สำหรับ Voice Search เราสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้เช่น “ ร้านกาแฟสดที่ใกล้บ้าน…ในหมู่บ้าน….” ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งทำให้ค้นหาได้ละเอียดมากขึ้นในครั้งเดียว

2.การเขียน Content เพื่อรองรับ Voice Search จำเป็นต้องเขียนแบบประโยคสนทนา (Conversation) ที่สามารถตอบคำถามที่ผู้ซื้อให้ความสนใจได้อย่างชัดเจน และเข้าใจง่าย ยกตัวอย่างด้วยเช่น “กาแฟร้าน A มีโปรชันมั้ย” หรือ “รองเท้าวิ่งยี่ห้อ B ดีไหม” เป็นต้น ซึ่งฟังดูคล้ายกับการตั้งคำถามของผู้ซื้อ แล้วจึงทำบทความที่นำประโยคดังกล่าวสอดแทรกไปกับเนื้อหาพร้อมกับให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อ

3.กำหนดโครงสร้างของเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ของสินค้าและบริการให้ชัดเจน เพื่อเอื้อต่อระบบ Search Engine ให้สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับประโยคในการค้นหาผ่าน Voice Search ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่งพบว่าคนส่วนใหญ่พึ่งพาการค้นหาด้วยเสียงมากขึ้นระหว่างการออกกำลังกาย การทำอาหาร การขับรถ อาบน้ำ และทำรายงาน ดังนั้น คอนเทนต์ที่ต้องการเน้นเรื่อง SEO จึงต้องเขียนให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่กว้างและหลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย

ในอนาคต Voice Search อาจได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้มีความสามารถในการจดจำเสียงของผู้ใช้บริการได้ ทั้งนี้เพื่อให้การค้นหาสินค้าและหรือบริการได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงประเด็นมากที่สุด

การทำ SEO สำคัญอย่างไร

การทำ SEO สำคัญอย่างไร

การขายของออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันสูง มีความนิยมเปิดเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังไวรัสโควิดระบาดที่คนเก็บตัวอยู่บ้านและมีพฤติกรรมซื้อสินค้าต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ตให้จัดส่งถึงบ้านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีการดาวน์โหลดปลั๊กอินต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขาย เช่น ระบบ woocommerce ร่วมกับประเด็นสำคัญ คือ การใส่เนื้อหาในเว็บไซต์ที่คัดเลือก keyword มาเป็นอย่างดี วางตำแหน่งกระจายในส่วนต่าง ๆ ทำให้มีโอกาสถูกสืบค้นได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบอัลกอริทึมของกูเกิ้ลมาเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์คุณภาพของเว็บไซต์ หากคะแนน SEO สูงจะทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับบน ๆ เมื่อคนค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดนั้น ๆ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO สำคัญต่อการเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้า เว็บไซต์ที่มีการทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการอัปเดตบทความใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า โดยมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ การใช้รูปภาพที่ส่งเสริมการขายแบบไม่ผิดลิขสิทธิ์ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ SEO อันดับดียิ่งขึ้น รวมถึงการทำลิงก์เชื่อมโยงระหว่างเพจคุณภาพดีต่าง ๆ ที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคนรู้จักมากขึ้นหรือมีฐานผู้นิยมกว้างยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อการอยู่รอดของธุรกิจทุกประเภท

การทำ SEO สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองหรืออาจจะใช้บริการรับทำเว็บไซต์ SEO ของบริษัทเอกชนที่มีอยู่มากมาย โดยจ้างตามระยะสัญญา 6 เดือนถึงหนึ่งปี ซึ่งควรเลือกจากบริษัทที่ไว้ใจได้ มีผลงานชัดเจนเป็นมืออาชีพ จะช่วยให้ไม่พลาดโอกาสแข่งขันทางธุรกิจกับเว็บไซต์คู่แข่ง และทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำเว็บไซต์หรือแบรนด์สินค้าของคุณได้อย่างรวดเร็ว

ในกรณีที่คุณมองหาช่องทางประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำว่าการทำ SEO จะตอบโจทย์ในประเด็นนี้ได้อย่างดี เพราะไม่มีผู้ใดสามารถผูกขาดอันดับเว็บไซต์ได้จากการที่ระบบ algorithm ทำงานอย่างซับซ้อน ขอเพียงทำ SEO ตามระบบที่กูเกิ้ลแนะนำแนวทางไว้ ก็สามารถลดต้นทุนในการทำธุรกิจออนไลน์ด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปได้เดือนละหลายหมื่นบาท และหากคุณมีแนวคิดจะทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายต่อ การทำ SEO ก็ยิ่งมีความสำคัญ เนื่องจากจะส่งผลโดยตรงต่อสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ยิ่งมีค่าสถิติที่ดี ก็จะทำให้ขายได้ราคาสูงมากขึ้นตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO นั้นเป็นเรื่องจำเป็นในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเพื่อการขายสินค้าออนไลน์หรือเพื่อการจำหน่ายตัวเว็บไซต์เองในอนาคต ขอเพียงตั้งใจทำตามระบบที่ Google แนะนำ ก็จะประสบความสำเร็จได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ทำไมการทำ SEO ต้องทำทุกวัน

ทำไมการทำ SEO ต้องทำทุกวัน

SEO เป็นการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่ง ที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างการโฆษณาผ่าน Google อาศัยความสม่ำเสมอในการทำและเรียนรู้หลักการที่ถูกต้อง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่า ทำไมจึงต้องทำ SEO ทุกวัน

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลมาเป็นคำตอบให้คุณ

  1. ทุกเว็บไซต์ต่างแข่งขันกันทำ SEO

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่ Google ได้กำหนดไว้หลายปีแล้ว เพื่อให้เกิดการจัดลำดับในการนำเสนอเว็บไซต์ที่มีคุณภาพจากสูงไปต่ำ เพื่อให้ผู้ใช้งาน Google มีความประทับใจและกลับมาใช้งาน Google บ่อย ๆ ดังนั้น หากเว็บไซต์ของคุณทำ SEO ก็จะทำให้มีโอกาสถูกจัดอยู่ในอันดับ Top 3 หรือ Top 5 ของหน้าต่างการสืบค้นด้วย keyword นั้น ๆ

ทุกเว็บไซต์ต่างแข่งขันในการทำเช่นนี้ เพื่อให้มีโอกาสได้ปรากฏชื่อด้านบน ทำให้มีลูกค้ามาคลิกเข้าไปอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ แล้วสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของตัวเอง หากคุณไม่พัฒนาเว็บไซต์ตามแนวทาง SEO ก็จะทำให้พลาดโอกาสในการขยายธุรกิจและส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในระยะยาวด้วย

  1. ให้สอดคล้องกับการเก็บข้อมูลของระบบ algorithm ใน Google

ระบบเก็บข้อมูลจากอัลกอริทึมของ Google จะทำเป็นระยะ ๆ ถ้าคุณศึกษาอย่างละเอียด จะพบว่ามีอยู่หลายชนิดมากที่ใช้ในการประเมินคุณภาพเว็บไซต์ทุกประเภท เช่น

  • ระบบตรวจจับลิขสิทธิ์ การลอกเลียนข้อมูลทั้งรูปภาพและเนื้อความจากเว็บไซต์อื่น
  • การใช้สแปม keyword หรือใส่คำสำคัญบ่อยครั้งมากเกินไป จนอ่านแล้วไม่ได้ความหมายที่ถูกต้อง
  • การทำ Link เชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์ที่คุณภาพต่ำหรือที่เรียกว่าเป็น Backlink ที่ไม่มีคุณค่า เป็นต้น

ที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ระบบของ Google สามารถตรวจจับได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่มีการแก้ไขความผิดพลาดของโพสต์ที่ผ่านมาหรือไม่ควบคุมเนื้อหาที่กำลังเพิ่มเติมใหม่เรื่อย ๆ ก็จะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน SEO ทำให้อันดับการสืบค้นของคุณต่ำลงไปเรื่อย ๆ

  1. ต้องแข่งกับคู่แข่งที่มีการทำโฆษณา SEM ด้วย

SEM หรือ search engine marketing เป็นการประมูลพื้นที่ด้านบนของหน้าจอการสืบค้น Google หรือ SERPs ที่ย่อมาจาก search engine result pages ซึ่งจะแทรกอยู่ในด้านบนหรือด้านล่างของหน้าผลการค้นหา ถ้าคุณไม่ทำ SEO ให้เว็บไซต์ นอกจากอันดับแบบออร์แกนิคที่คุณจะได้รับ จะยิ่งต่ำลงไปแล้ว โอกาสถูกปรากฏให้เห็นต่อสายตาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็จะยิ่งน้อยลงไป เพราะมีกลุ่มคู่แข่งที่ทำ SEM โฆษณามาสร้างความสนใจมากกว่าอีกด้วย

จากที่กล่าวมา คงเห็นแล้วว่า การทำ SEO เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำทุกวันเป็นประจำ และไม่สามารถมองข้ามรายละเอียดเกณฑ์กติกาที่ Google กำหนดได้ เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านที่ทำเว็บไซต์ออนไลน์ตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาคุณภาพของการทำ SEO ของตัวเองยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าและจำนวนลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

บทบาทความสำคัญของ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ควรมี

บทบาทความสำคัญของ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ควรมี

หากเป็นนักธุรกิจออนไลน์คงน่าจะเคยผ่านหูผ่านตาหรือได้ยินเกี่ยวกับเรื่องการทำ SEO กันมาบ้างแล้ว ตัวช่วยอย่างง่าย ๆ ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์สินค้าและบริการนั้นถูกค้นพบเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดการค้นหาจากคำค้นหา หรือที่เรียกว่า Keyword

SEO หรือที่ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization เป็นวิธีการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ด้วย Content หรือบทความ ผ่านการค้นหาจาก Keyword เมื่อใดที่ผู้ชมสนใจค้นหาและพิมพ์คีย์เวิร์ดนั้นลงไป Google ก็จะแสดงหน้าเว็บไซต์ที่ติดอันดับขึ้นมาให้เลือกชมก่อนทันที เจ้าของเว็บไซต์จึงมีหน้าที่ในการทำอย่างไรก็ได้ให้หน้าเว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับ SEO เมื่อมีการค้นหา และเมื่อติดอันดับแล้ว ผู้ชมก็จะเข้ามาชมเว็บไซต์และนำไปสู่การซื้อสินค้าและบริการนั่นเอง ซึ่งการทำ SEO นั้นถือว่าจำเป็นและมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจออนไลน์อย่างมาก อาทิเช่น

  1. สามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด

ผู้ชมที่ทำการค้นหาข้อมูลโดยใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหา ถือว่ามีจุดประสงค์ความต้องการในสินค้าหรือบริการประเภทนั้นอยู่ก่อนแล้ว จะช่วยทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถจับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

  1. เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อใดที่เว็บไซต์ถูกจัดอันดับ SEO ลำดับต้น ๆ จะยิ่งเป็นการดึงดูดความสนใจให้ผู้ชมเข้ามามากยิ่งขึ้น เพราะเว็บไซต์อันดับต้นถือเป็นเว็บไซต์ที่มีโอกาสถูกคลิกมากที่สุด จากผลการประเมินทางสถิติ เว็บไซต์ที่แสดงในอันดับแรก รวมถึงเว็บไซต์อื่น ๆ ที่แสดงอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา จะดูมีความน่าเชื่อถือ และทำให้เกิดความน่าสนใจมากกว่าเว็บไซต์อื่นในหน้ารอง ๆ ลงไป

  1. สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา

บนโลกของคำว่าออนไลน์ ไม่มีจุดจบหรือจุดสิ้นสุด ทุกสิ่งอย่างสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา หากอยากปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและเวลาใด การบริหารจัดการเกี่ยวกับการปรับแต่งการทำ SEO จึงขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของเว็บไซต์เอง บนเงื่อนไขระยะเวลาและรูปแบบที่เจ้าของต้องการ

  1. ลดภาระค่าใช้จ่ายในการโฆษณา

หากสามารถสร้างเว็บไซต์ที่แสวงหาผู้ซื้อสินค้าและบริการได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องไปเสียเงินจ้างผู้อื่นโฆษณาให้อีกอย่างนั้นหรือ การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละบุคคลเสียมากกว่า ยอมเสียเวลาในการทำ SEO เองน่าจะคุ้มค่ากว่าจะต้องเสียเงินจ้างโฆษณา หากมองในระยะยาวแล้ว ทราฟฟิกที่มาตามธรรมชาติจะยั่งยืน ประหยัด และคุ้มค่ากว่าการโฆษณาทางตรง แต่ทั้งนี้ไม่ใช่หมายความว่าจะไม่ลงโฆษณาเลย เพราะโฆษณามีประโยชน์ในการเรียกผู้ชมให้มากขึ้นได้ในเวลาที่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปี

นักธุรกิจหลายคนอาจจะมองว่า ปัจจุบันมีเพียง Facebook, Instagram และ Twitter ก็น่าจะเพียงพอต่อการค้าขายบนโลกออนไลน์แล้ว แต่ความจริงแล้วมันยังไม่พอ เพราะอย่างไรก็แล้วแต่ พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ที่อยากจะค้นหาข้อมูลใด ๆ ก็ตาม มักจะเลือกเข้าเว็บไซต์เพื่อค้นหาข้อมูลจาก Google ก่อนที่จะค้นหาตาม Application เหล่านั้น ดังนั้น หากทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในการค้นหาได้เมื่อใด การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที