ช่วงเวลาไหนถึงควรโพสเฟสบุ๊คมากที่สุด

เวลาดีที่สุด ในการโพสต์เนื้อหาลงเว็บ และโซเชี่ยล

หากคุณกำลังใช้วิธีการทำ SEO เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำเว็บไซต์ หรือการใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Line, Instagram, Pinterest และ Blog ควรเลือกโพสต์บทความและรูปภาพในเวลาที่คนกำลังใช้งานอยู่ เป็นวิธีดีที่สุดที่จะทำให้คนเห็นโพสต์ของคุณมากที่สุด จะมองผ่านตาแล้วคลิกเข้าอ่านเลย หรือปักหมุดไว้แล้วค่อยย้อนกลับมาอ่านก็ตาม ล้วนเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณทั้งนั้น คุณจำเป็นต้องเรียนรู้กลยุทธ์การกำหนดเวลาโพสต์ที่เหมาะสมเพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาบทความมากที่สุดและมีส่วนร่วมมากที่สุด

ช่วงเวลาโพสลงเว็บและบนโซเชี่ยล

วันและเวลาไหนเหมาะที่สุดสำหรับการโพสต์รูปภาพและบทความบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย โดยปกติผู้ใช้ Facebook, Line, Instagram และ Pinterest จะเข้าใช้งานตลอดทั้งสัปดาห์ โดยคนจะให้ความสนใจเล่นโซเชียลมีเดียในวันจันทร์มากกว่าวันอื่น ๆ แนะนำให้โพสต์เนื้อหาในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี หลีกเลี่ยงการโพสต์ช่วง 15.00-16.00 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงก่อนที่คนจะออกจากที่ทำงาน การโพสต์วิดีโอจะโพสต์วันไหนก็ได้ เวลาเหมาะคือระหว่าง 21.00 น. ข้ามไปอีกวันเวลา 8.00 น. สำหรับการโพสต์บน Facebook, Instagram และ Pinterest ควรโพสต์เวลา ระหว่าง 8.00-9.00 น. และเวลา 17.00 น. และข้ามไปโพสต์เวลาเหมาะอีกช่วงคือตีสอง เพื่อที่คนเปิดมือถือมาแต่เช้าจะเห็นเป็นอันดับแรก คุณลองพิสูจน์ดูก็ได้ ทดลองกับกำหนดเวลาใหม่ เช่น วันพุธ เวลา 7:00 น. และดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

สำหรับการโพสต์รูปภาพใน Pinterest ก็ใช้หลักเดียวกับ Instagram เพราะผู้ใช้งานมักจะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยโพสต์เวลา ระหว่าง 8.00-9.00 น. และเวลา 17.00 น. เนื้อหาของคุณจะผ่านตาลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด หากคุณโพสต์เนื้อหาในเวลาอื่นจะเห็นว่าไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร ลองเปลี่ยนเวลาดูและประเมินผลว่าจริงหรือไม่…

ค่าเฉลี่ยนโพสจาก Reddit

บทสรุปการวัดผลเชิงสถิติ

สถาบันการวิจัยด้านการตลาดบนสังคมโซเชียลเผยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ควรโพสต์บน Instagram ในแต่ละวัน โดยประเมินจากแบรนด์ดัง 55 แบรนด์ที่ทำตลาดใน Instagram พบว่าแบรนด์ส่วนใหญ่โพสต์โดยเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อวันหรือ 2-3 ครั้งทุก 3 วัน คุณนำไปทดลองกับผู้ชมของคุณได้ว่ามีผลตอบกลับมาอย่างไร การโพสต์เนื้อหาวันละหลายครั้งไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อผู้ใช้สื่อ แต่ความถี่ในการโพสต์มีความสำคัญ แต่ไม่มากเท่ากับคุณภาพของบทความที่โพสต์ เน้นความสอดคล้องกับสินค้าและบริการ ถ้าขยันโพสต์รายชั่วโมงหรือรายสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการย่อมก่อประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในทางกลับกัน ถ้าลดความถี่ในการโพสต์ลง คุณอาจเสียผู้ติดตามไปอย่างรวดเร็ว

อยากรู้ว่าใครเลิกติดตามคุณ ลองดาวน์โหลด Crowdfire ช่วยให้ติดตามความเติบโตของธุรกิจทางได้ทุกวัน ประหยัดเวลาด้วยการจัดการบัญชีโซเชียลทั้งหมดจากที่เดียว ให้ Crowdfire ทำงานแทนคุณ ช่วยค้นหาเนื้อหาที่ผู้ชมชื่นชอบและโพสต์ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสการทำธุรกิจให้เติบโตได้ดีที่สุด

เพิ่มความเร็วในการโหลดเว็บ

เว็บใช้ง่าย น่าอ่าน โหลดเร็ว สำคัญไม่แพ้เทคนิคทำ SEO

ธุรกิจออนไลน์จำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการทำเว็บให้ติดอันดับในเสิร์จเอนจิน หวังว่าจะยืดหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในภาวะที่โลกธุรกิจทวีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องการทำ SEO เพื่อทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีของผลการค้นหาในกูเกิล วิธีการปรับอันดับของเว็บไซต์มีหลายองค์ประกอบซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องเนื้อหาในเว็บไซต์ การเลือกคีย์เวิร์ดดึงผู้ค้นหาเข้ามาอ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการจัดโครงสร้างเว็บให้ใช้งานง่าย และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ผู้ประกอบการควรเลือกวิธีที่สอดคล้องกับธุรกิจของตนเองมากที่สุด โดยมองจากรวมแล้วพัฒนาเพื่อให้เว็บไซต์แสดงผลการค้นได้เร็วขึ้น น่าอ่าน สำคัญคือโหลดเร็วเพื่อให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นกลุ่มผู้มีอายุที่มีกำลังซื้อสูงและเพิ่งทำความรู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ได้ไม่นาน

ความจริงแล้วการทำธุรกิจออนไลน์เป้าหมายหลักคือการขายสินค้าหรือบริการ เพียงแต่การทำ SEO จะช่วยโฟกัสให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาสินค้าของเราได้เร็วขึ้น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น การลงทุนลงแรงทำ SEO ควรจะมุ่งส่งเสริมในเรื่องการนำเสนอข้อมูลไปพร้อมกับสร้างความประทับใจให้ลูกค้าพอใจกับการเข้ามาอ่านบทความ พิจารณาสินค้า และตัดสินใจซื้อ

โครงสร้างเว็บไซต์เป็นส่วนสำคัญที่ต้องใส่ใจมาก หน้าแรกเป็นเมนูที่ลิงก์เข้าสู่สินค้าและบริการตามหมวดหมู่ ยิ่งทำให้อ่านง่ายใช้สะดวกมากเท่าไรยิ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีดึงลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมซ้ำๆ และมีโอกาสปิดการขายได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ผู้ประกอบการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ทำงานได้ดีในระบบค้นหา โดยเลือกใส่คีย์เวิร์ดในข้อมูลสินค้าและบทความ ถ้าในเว็บไม่ได้เน้นเนื้อหาเป็นตัวอักษรมากนัก อาจเลือกใส่คีย์เวิร์ดในชื่อไฟล์ของรูปภาพเพื่อให้เสิร์จเอนจินเข้าใจและลิงก์การค้นหาของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ง่าย

การเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังค้นหาอยู่เป็นวิธีการทำ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเปิดเข้ามาในเว็บพบเห็นสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการอยู่แล้ว การเขียนบทความชักจูงลูกค้าได้น่าอ่าน แนะนำข้อมูลสินค้าและบริการอย่างละเอียด ดูมีคุณค่าน่าใช้ แม้ว่าลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อในวันนี้ แต่จะเกิดความประทับใจทำให้แวะเวียนเข้ามาอีก วันหน้ามีโอกาสปิดการขายและอาจได้รับการแชร์บอกต่อให้เพื่อนพี่น้องเข้ามาอุดหนุนสินค้าของเราอีก

สำหรับคนที่เน้นการทำบทความที่มีคุณภาพ บริบทของคำว่าคุณภาพอาจไม่ได้หมายถึงสำนวนภาษาสละสลวย เหมือนเป็นวรรณกรรมที่ไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา แต่หมายถึงเนื้อหาสำคัญที่ตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าค้นหา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสินค้า การใช้งาน ประโยชน์ หรือรีวิวของลูกค้าเก่า โดยอาจจะใช้คำจูงใจให้ผู้คนอยากกดเข้าไปอ่าน เช่น How to, Guide, Review, Best เหตุผลของการเขียนบทความที่ใช้ภาษาสั้นกระชับ เข้าใจง่าย เพื่อให้ความสำคัญกับการแสดงผลบนมือถือ ไม่ใช่เพราะคนทุกวันนี้ไม่อ่านชอบบทความยาวเกินไปเท่านั้น แต่ยังสะดวกในการอ่าน ค้นหา และสั่งซื้อสินค้าอีกด้วย

How to Mobile SEO

ทุกสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับเรื่อง “Mobile SEO”

การใช้สมาร์ทโฟนเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก สำหรับคนส่วนใหญ่การใช้โทรศัพท์จะเป็นสิ่งแรกในตอนเช้า อุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างใช้รวดเร็วและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ SEO หากคุณยังไม่ได้ปรับแต่งเว็บไซต์สำหรับ SEO บนมือถือ ก็มีโอกาสสูงที่คุณจะไม่เข้าถึงผู้ชมเป้าหมายหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ความสำคัญของ Mobile SEO คืออะไร ?

Mobile SEO เป็นสิ่งสำคัญเพราะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในเวลาที่เหมาะสมและในสถานที่ที่เหมาะสม ทุกๆวันผู้คนกำลังค้นพบข้อมูลจากสมาร์ทโฟนมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเข้าชมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ๆเหนือกว่าการเข้าชมบนเดสก์ท็อป เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือหลายล้านคนจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ SEO สำหรับมือถือที่มีประสิทธิภาพ ตามรายงานผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีเป้าหมายในการซื้อมากกว่าผู้ใช้เดสก์ท็อป ดังนั้น คุณจึงต้องเพิ่มศักยภาพให้กับเว็บไซต์เพื่อทำงานบนมือถือหรือสมาร์ทโฟนให้ดีที่สุด

การ Index ของ Google เพิ่มความสำคัญของ Mobile SEO

การทำให้เว็บไซต์เป็นมิตรกับอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ โดย Google จะเริ่มให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่ทำออกมาเพื่อรองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน หรือเรียกว่า Mobile-First การประกาศนี้หมายความว่าธุรกิจออนไลน์ต้องดำเนินการหากไม่ต้องการสูญเสียลูกค้าไปยังคู่แข่ง

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับ Mobile SEO

ความเร็วของหน้าเว็บไซต์ – คุณไม่สามารถมีเว็บไซต์สำหรับมือถือที่โหลดได้ช้ามาก ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะมีความรู้สึกไม่อดทนเท่ากับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และอาจไม่รอให้เว็บไซต์โหลดนาน 5 ถึง 7 วินาที คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์บนมือถือเป็นระยะๆและทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น คำแนะนำสำหรับการปรับปรุงความเร็วของหน้าเว็บคือการเพิ่มประสิทธิภาพภาพอัพเกรดเป็น HTTPS ใช้ CDN เป็นต้น ที่จำเป็นจะต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้นแต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว

ประสบการณ์ของผู้ใช้ – นอกจากเรื่องความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไซต์แล้ว เว็บไซต์ของคุณควรสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อนสามารถให้ผู้เข้าชมเข้สถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างง่ายดายที่สุด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ขจัดอุปสรรคใดๆ ที่อาจเป็นปัญหาต่อผู้ใช้ของคุณออกจนหมด

เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการค้นหาในท้องถิ่น – สมาร์ทโฟน มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้อยู่นอกบ้าน ประมาณ 76% ของผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ค้นหาสิ่งต่างๆใกล้เคียงกับสถานที่ที่พวกเขาอยู่ ซึ่งหมายความว่าเพื่อให้บรรลุความสำเร็จ SEO อย่างแท้จริงคุณจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์บนมือถือของคุณสำหรับการค้นหาในท้องถิ่นด้วย

สถานการณ์ด้าน SEO นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น สิ่งที่เหมาะสมสำหรับเมื่อวานอาจจะใช้ไม่ได้ในวันนี้ก็ได้ คนทำ SEO จึงควรต้องคอยติดตามเพื่ออัปเดทข่าวสารใหม่ๆอยู่เสมอโดยเฉพาะจาก Google ที่เป็น Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วิชาเทพ SEO

วิชาเทพ SEO ที่มีผลต่อการทำอันดับของเว็บไซต์

การทำ SEO ให้เห็นผล นอกจากเราจะพึ่ง 3 ปัจจัยหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ Mobile-First User Experience , Backlink , Content แล้ว ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะส่งผลต่อการทำ SEO ร่วมด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับทุก ๆ ปัจจัย ส่งเสริมให้ปัจจัยเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมอันดับของเว็บไซต์ของเรา ส่วนปัจจัยอื่น ๆ หรือเทคนิคอื่น ๆ ที่มีผลต่อการทำ SEO จะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีรายละเอียดในส่วนนี้มาให้ศึกษากัน

ปัจจัยหรือเทคนิคที่มีผลต่อการทำ SEO

Encryption – มีการค้นพบว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ได้ใช้ HTTPS หากเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ที่อยู่ตามหน้าแรก ๆ ของ google นั้น ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กันเป็นหลัก ซึ่งในเรื่องนี้ SeachMetrics ก็ยังคงออกมาคอนเฟิร์มอีกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของเว็บไซต์ที่ส่วนใหญ่จะมีอันดับที่ดี ได้มีการจัดทำ HTTPS ด้วยเสมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน google ก็ยังคงได้กล่าวถึงเว็บไซต์ที่ได้มีการทำ HTTPS มักจะมีอันดับที่ดีกว่ากลุ่มเว็บไซต์ที่เป็น HTTP โดยตรง เนื่องจากในเรื่องของความปลอดภัยผ่านการรับส่งข้อมูล ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก และ google ก็ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

H1 และ H2 Headings – เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้ในหน้า Landing page และพบว่าเว็บไซต์ที่เลือกใช้เทคนิคนี้ มีการเลือกกำหนด H1 และ H2 ให้อยู่ใน Source code ภายในเว็บไซต์โดยตรง ส่งผลทำให้เว็บไซต์เกิดความแข็งแกร่ง และสามารถอยู่ในอันดับดี ๆ ได้เช่นกัน

Anchor text – ความสำคัญผ่านการใส่ Exact match keyword เข้าไปภายใน anchor text ยังคงสามารถส่งผลต่อการทำอันดับของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกทางด้าน google ลงโทษได้ในที่สุด หากความเป็นธรรมชาติแทบที่จะไม่มีเหมือนกับเป็นการสแปมมากจนเกินเหตุ เพราะฉะนั้นแล้วเราควรแก้ไขปัญหานี้ด้วยกันให้ Anchor text ไปอยู่ในแบล็คลิงค์

Interstitials – สำหรับโฆษณาที่สามารถสร้างความก่อกวน หรือโฆษณาที่มักจะละเมิดการใช้งาน ส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากเป็นโฆษณาเหล่านี้ google มักจะตามลงโทษเว็บไซต์นั้น ๆ

ทั้งหมดนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 4 เทคนิคหรือนับได้ว่าเป็นอีก 4 ปัจจัย ที่จะส่งผลต่อการทำ SEO ในแต่ละครั้งของคุณ ถึงแม้ว่าหลายต่อหลายเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรภายในวงการ SEO แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นความรู้หลัก ๆ ของผู้ที่พึ่งจะศึกษาและพึ่งหัดเรียนรู้เรื่อง SEO โดยตรง ยิ่งถ้าหากใครทำเว็บไซต์และมีการตอกย้ำพร้อมทั้งให้ความสำคัญกับปัจจัยหรือเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหมดด้วยแล้ว ขอบอกเลยว่าเว็บไซต์ของคุณจะมีอันดับที่ดีขึ้นได้ในไม่ช้า

รองรับมือถือ

ความสำคัญ ในการรองรับมือถือของเว็บ

ยังคงมีอีกหลากหลายคำถามผ่านการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วค่ะว่า หลากหลายเทคนิค หลากหลายวิธีการ ย่อมมีผลที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ แต่ทุกอย่างก็ยังคงต้องพึ่งพาความรู้และความเข้าใจของผู้จัดทำ SEO เป็นหลักด้วย อย่างเช่นเรื่องของวันนี้ เราจะมาพูดประเด็นที่มาพร้อมกับคำถามที่ว่า “การทำ SEO มีความจำเป็นกับการรองรับมือถือ ตลอดจนกระทั่งความเร็วผ่านการโหลดหน้าเว็บไซต์หรือไม่?” ซึ่งคำถามนี้วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกท่านกันค่ะ

จำเป็นไหมที่จะต้องใส่ใจในเรื่องของการรองรับมือถือ

ในส่วนนี้ทางเราต้องขอบอกเลยค่ะว่า “มีความจำเป็นอย่างมาก” เนื่องจากปัจจุบันการรองรับผ่านมือถือ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่จะช่วยทำให้ประสบความสำเร็จผ่านการทำอันดับให้ดียิ่งขึ้นได้ เพราะผู้คนส่วนใหญ่หันมาเลือกติดตามโซเชียว เน็ตเวิร์ก ผ่านมือถือกันมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว การจัดทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถรองรับมือถือได้นั้น จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก หากคุณมัวแต่ทำเว็บไซต์ให้สวยเป็นหลัก แต่ไม่เคยใส่ใจในเรื่องนี้เลย ย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งส่วนที่คุณควรจะใส่ใจ นั่นก็คือ เรื่องของความเร็วผ่านการดาวน์โหลดบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ ต่อให้คุณต้องทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงมีความสำคัญ และคุณก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ต้องปรับแต่งในเรื่องของคุณภาพของเว็บ

หลายคนอาจจะรู้ว่า ในบางส่วนของการปรับแต่ง หากเราได้เลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป ซึ่งมีโครงสร้างที่ทางผู้พัฒนาได้เลือกออกแบบมาแล้ว ย่อมส่งผลทำให้แก้ไขได้ยากมากพอสมควร และเมื่อเราคือผู้ใช้ทำให้การปรับแต่งซอร์สโค้ดนั้น คงจะต้องค้นหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่คุณจะสามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในส่วนนี้ให้กับตนเองได้ ซึ่งหากเราตั้งใจที่จะทำแล้ว ขอให้มีความพยายามในการปรับแต่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และเมื่อเราสามารถปรับแต่งเสร็จแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เราจะต้องทำนั่นก็คือ การทดสอบ เพื่อให้รู้ตลอดเวลาว่า เว็บไซต์ของเรามีคุณภาพทางด้านเทคนิคมากน้อยขนาดไหน นั่นเอง

การเข้าถึงเว็บไซต์ในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากคอมพิวเตอร์เป็นหลักอีกต่อไป เพราะในตอนนี้การเข้าถึงส่วนใหญ่อาจจะมาจากมือถือสมาร์ทโฟน พร้อมทั้งแท็บเลตและเครื่องมืออื่น ๆ ร่วมด้วย หากเว็บไซต์ของคุณสามารถรองรับได้ทั้งหมด ย่อมส่งผลดีต่อเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่ออันดับและการทำ SEO ร่วมด้วยเช่นเดียวกัน

SEO Strategies

โครงสร้างพร้อมทั้งประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ในมุม SEO

ด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาเว็บไซต์ของทางกูเกิล ถือได้ว่าเป็นหลักเกณฑ์ที่เหล่ากลุ่มคนจัดทำเว็บไซต์ต้องเกรงกลัว เพราะถ้าหากทำไม่ดีจริงย่อมไม่ผ่านการพิจารณา แถมถ้าหากทำออกมาแล้วผิดธรรมชาติ การทำอันดับย่อมเป็นไปได้ยากมาก หรือไม่ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอันดับอีกเลยในอนาคต ซึ่งการสร้างเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพจริง ๆ ถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากและใคร ๆ ก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งเราจะต้องเน้น 3 หลักสำคัญในการสร้างเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหาบทความ โครงสร้างและประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือ ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมมีความเกี่ยวโยงกับการทำ SEO ซึ่งจะต้องมีความถูกต้องและเหมาะสม ย่อมส่งผลต่ออันดับที่ดีของเว็บไซต์ได้อย่างแน่นอน

โครงสร้างของเว็บพร้อมทั้งประสิทธิภาพของเว็บไซต์

ในส่วนของการจัดทำโครงสร้างต่าง ๆ ของเว็บ พร้อมทั้งการกำหนดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่ผู้สร้างเว็บไซต์จะต้องไม่พลาด ซึ่งการทำ SEO เพื่อหวังผลในเรื่องของอันดับ จะต้องเกี่ยวโยงกับการสร้างโครงสร้างเว็บที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีจนเป็นที่น่าจับตาจ้องมอง ผู้จัดทำเว็บไซต์ส่วนใหญ่ย่อมต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการในการทำเว็บไซต์ การกำหนดโครงสร้างที่ดี มีความสะดวกสบายต่อการใช้งาน พร้อมทั้งมีประสิทธิภาพทางด้านความเร็ว ย่อมทำให้เว็บไซต์นั้น ๆ น่าจับตามองอย่างมากที่สุด และนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นย้ำอย่างมาก

ต้องทำ HTTPS เพื่อเป็นองค์ประกอบในการเสริมสร้างความปลอดภัย โดยเฉพาะผ่านการรับส่งข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์อย่างแท้จริง เน้นย้ำไปกับการทำ Responsive Design เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการแสดงผลได้อย่างเหมาะสม และจะต้องสามารถทำได้กับอุปกรณ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ,แท็บเลต หรือแม้กระทั่ง คอมพิวเตอร์ PC เองก็ตาม ยังคงต้องทำ Inbound Link เพื่อสร้างศักยภาพให้กับทุกหน้าบนเว็บไซต์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกันได้แบบทั่วถึงจริง ๆ ในส่วนนี้ยังคงมีส่วนช่วยในการเพิ่มคะแนนให้กับ Backlink ในแต่ละหน้าด้วย การเลือกใช้เทคนิคอื่น ๆ เข้ามาช่วยเสริมและเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีแก่เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น การเน้นย้ำไปกับการเพิ่มความเร็วให้กับเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งการใช้ Hosting ที่ดูน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เป็นต้น

ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับการทำ SEO เพื่อเป็นการดันอันดับให้กับเว็บไซต์ได้โดยตรง ซึ่งเราสามารถหวังพึ่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำการตรวจสอบ และเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีให้กับเว็บไซต์ได้โดยตรง หากมีสิ่งไหนที่ควรปรับแก้ ก็ควรที่จะเน้นย้ำทำการแก้ไขในทันที โดยเฉพาะการรองรับการแสดงผลบนมือถือในตอนนี้ ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว

Mobile กับ SEO

Optimize for Mobile กับ SEO

Optimize for Mobile หรือ การปรับเว็บไซด์ให้รองรับกับระบบของสมาร์ทโฟน ซึ่งคนทำเว็บไซด์และ SEO รู้ดีตั้งแต่เริ่มมีการใช้สมาร์ทโฟนท่องเว็บกันแล้ว และในแนวทางการทำ SEO ปีต่อๆไปกันทำให้เว็บไซด์รองรับสมาร์ทโฟนก็ยังเป็นเรื่องหลักๆ เพราะระบบของสมาร์ทโฟนมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆปี ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่อัพเดทฟีเจอร์ต่างๆมากมาย ดังนั้นการพัฒนาเว็บแต่เว็บให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีถือเป็นเรื่องสำคัญ

หากเราสังเกตจากการเข้าเว็บไซด์ด้วยมือถือจะพบว่ามีหลายเว็บที่สามารถพัฒนาให้รองรับสมาร์ทโฟนได้เช่น แสดงผลได้รวดเร็ว หน้าจอปรับขนาดพอดีกับสมาร์ทโฟน หรือหน้าแสดงผลผ่านมือถือกับสมาร์ทโฟนจะแตกต่างกันเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และปัจจุบันรวมถึงอนาคต Google ให้ความสำคัญกับการค้นหาจากมือถือมากขึ้นด้วย ซึ่งในการดูสิถิติการค้นหาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเว็บไซด์นั้น กว่า 50% มาจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ซึ่งในการวิเคราะห์เว็บจะมีข้อมูลแสดงไว้ว่ามีการค้นหาเว็บไซด์ของเราหรือเข้ามาที่เว็บเราจากทางไหน ระบบไหน และยอดต่อวันเป็นเท่าไหร่ ซึ่งจากการสำรวจที่ผ่านๆมาพบว่า

เว็บไซด์ไหนที่ไม่สามารถตอบรับการแสดงผลบนมือถือได้รวดเร็วหรือใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ไม่ดีก็จะมีอันดับ SEO ที่ไม่ดีตามไปด้วย หรือหากไม่ใช่คนที่ต้องใช้งานเว็บนั้นประจำๆ เพื่อดูข้อมูลต่างๆ เว็บนั้นๆอาจไม่ได้รับความสนใจอีกเลย ทำไม Optimize for Mobile กับ SEO ถึงเกี่ยวข้องกัน ก็อย่างที่อธิบายมาข้างต้นว่าหากเว็บไซด์ไหนที่ค้นหาได้รวดเร็ว แสดงผลได้ไว และรองรับกับอุปกรณ์ที่หลากหลายก็จะทำให้ความนิยมในการใช้งานเว็บนั้นๆมีมากขึ้น และมันส่งผลกับอันดับ SEO โดยตรง แต่หลายๆคนก็ไม่สามารถปรับให้รองรับได้ ซึ่งอาจจะมีปัจจัยหลายๆอย่างๆเช่น รูปแบบของเว็บไซด์ ขนาด และขั้นตอนอื่นๆที่ไม่สามารถทำเองได้หรือจ้างทำแล้วราคาแพง เพราะบางเว็บเป็นเว็บที่ใช้ระบบเวอร์ชั่นเก่าๆ การปรับเปลี่ยนบางครั้งก็ยุ่งยากเกินไป หรือมีข้อมูลต่างๆเยอะทำให้ลำบากในการเปลี่ยนแปลงเช่น เปลี่ยนธีมสำหรับมือถือ หรือ ย้ายโฮสที่ใหญ่ขึ้นเร็วขึ้นเป็นต้น

แต่ไม่ว่าอย่าไรก็ตามเทคนิคและ วิธีการทำ SEO ก็ให้ความสำคัญกับทุกอุปกรณ์ที่มีส่วนในการใช้งาน และการทำเว็บไซด์ในปัจจุบันก็รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเป็นส่วนมากและมีการปรับปรุงข้อมูลต่างๆให้เหมาะสม เพราะในอนาคตคอมพิวเตอร์อาจมีการใช้งานที่ลดลงและใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแทปเลตกันมากขึ้นดังนั้นแนวโน้มการทำ SEO ก็จะมีการปรับปรุงกันไปเรื่อยๆแต่ที่สำคัญคือตัวระบบเว็บก็ต้องเปลี่ยนก่อนและรูปแบบหรือวิธีการสำหรับ SEO ก็จะปรับตามไปด้วยโดยอัติโนมัติซึ่งก็ต้องเรียนรู้กันไปตามสถานะการณ์นั่นเอง

คีย์เวิร์ดสำหรับ seo ในแนวทางเว็บพนัน

ทำ seo คีย์พนันบอลทำไมมีแต่คีย์เวิร์ดซ้ำๆ

ในการทำ seo คีย์เวิร์ดที่ถือว่าหินสุดๆคือคำว่า พนัน ไม่ว่าจะเป็นพนันอะไรก็ตาม ซึ่งมักจะถูกจัดในคีย์เวิร์ดหลัก และโดยเฉพาะ คีย์พนันบอล ซึ่งมักจะมีคีย์เวิร์ดหลักและรองซ้ำๆกัน ทำให้คนที่ทำ seo ด้านนี้มักจะบ่นกันว่ามันหินสุดๆกับการดันเว็บพนันที่ทำให้ติดขึ้นอันดับต้นๆในการค้นหา แน่นอนว่าปัจจัยอาจจะไม่ใช้คีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า คีย์เวิร์ดนั้นสำคัญ

คีย์เวิร์ดสำหรับ seo ในแนวทางเว็บพนัน

นั้นไม่ว่าจะเป็นเว็บพนันไหนๆคำที่เห็นบ่อยๆคือ พนันบอล , แทงบอล , แทงบอลออนไลน์ , ทีเด็ดบอล ,วิเคราะห์บอล แน่นอนว่าเว็บไหนที่แข็งและมีทีมดูและที่ดี อันดับในการค้นหาจะอยู่ต้นๆ ทำให้คนที่ทำเว็บแนวนี้และเป็นมือใหม่มักจะท้อว่าทำไมเว็บไม่เกิด ทำไมไม่ติดหน้าแรก แต่เราก็อยากถามว่าทำไมเราไม่มองที่คีย์เวิร์ดตัวอื่นบ้าง หรือทำคีย์เวิร์ดรองบ้าง เพราะเรารู้กันดีว่าคำหลักๆของการค้นหามีอะไรและมีใครติดอันดับอยู่แล้ว แต่หากเราลองเจาะลึกคีย์เวิร์ดเหล่นั้นเราจะได้คีย์เวิร์ดรองอีกหลายคำที่สามารถทำให้เว็บเราถูกค้นหาได้มากขึ้น และ เราสามารถทำออนเพจได้ง่ายขึ้น

คอบอลนั้นเวลาเขาค้นหาข้อมูลต่างๆ

สำหรับคอบอลนั้นเวลาเขาค้นหาข้อมูลต่างๆ

คำที่ใช้ก็มักจะมีคำว่า ข่าวบอล , ข่าวหงส์แดง , ข่าวผีแดง แน่นอนว่าหากในเว็บนั้นมีคอนเทนต์ที่มีคำเหล่านี้ก็จะถูกค้นพบได้เร็วขึ้น หรือ คำว่า ทีเด็ดหงส์แดง , ทีเด็ดแมนยู , ทีเด็ดวันนี้ , ทีเด็ดบอลพรีเมียร์ลีก คำเหล่านี้ก็ถูกค้นพบหรือมีการค้นหาด้วยเช่นกัน ทีนี้เห็นไหมว่าการใช้คีย์เวิร์ดสำหรับการทำเว็บพนันนั้นเราอาจจะหันมาใช้คีย์เวิร์ดรองผสมกันกับคีย์เวิร์ดหลักได้เหมือนการทำ seo แนวอื่นๆ และส่วนใหญ่แล้วคอบอลนั้นเขาก็มีการค้นหาข้อมูลกันทุกวัน เพราะบอลมีให้แทงทุกวันเช่นกัน ดังนั้นความหินของการทำ seo สายนี้ไม่น่าจะอยู่ที่การใช้คีย์เวิร์ดหรือการมีคู่แข่งเยอะ แต่เป็นการยากตรงที่ทำอย่างไรจะให้คนเข้ามาดูข้อมูลที่เว็บได้ทุกวันมากกว่า

เพราะนิสัยของคอบอลนั้นจะมีเว็บประจำใจกันอยู่ทุกคน

อย่างน้อยๆก็ 3 เว็บสำหรัเปรียบเทียบข้อมูลในการ ดังนั้นคนทำเว็บพนันบอลก็ต้องรู้นิสัยคนแทงบอลด้วย ไม่ใช่ทำตามแนวเจ้าของเว็บอย่างเดียวเพราะเจ้าของเขาอยากได้โน่นนี่ แต่ไม่เข้ากับนิสัยคนแทงบอลบางทีเว็บก็ไม่เกิดเหมือนกันนะ แต่อย่างไรก็ตามการทำ seo คีย์พนันก็ถือว่ายากแต่มันก็ท้าทายสุดๆ ไม่งั้นจะมีเว็บบอลเกิดใหม่ทุกวันมาทำไมใช่ไหม

SEO Content

เนื้อหาเว็บยาว กับเนื้อหาเว็บสั้น แบบไหนดีกว่ากัน

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมายาวนานมาก เรื่องของจำนวนเนื้อหาในบทความ ว่าสรุปแล้วการเขียนเรื่องยาวกับการเขียนเรื่องสั้นแบบไหนมันดีกว่ากันในเชิงของ SEO เป็นที่รู้กันดีกว่าคุณภาพของเนื้อหาในเว็บไซต์ จะส่งผลในเรื่องของการทำออนเพจโดยตรง ออกแบบมาดีก็มีโอกาสติดหน้าแรกโดยแทบจะไม่ต้องทำออฟเพจเลย สำหรับความสั้นยาวของเนื้อหา ข้อนี้พิสูจน์ได้ลำบากหากจะเปรียบเทียบกันเฉพาะความยาวของเนื้อหา แต่หากว่าเอาหลายๆส่วนของเนื้อหามาเปรียบเทียบกันคิดว่าดูได้มากยากเท่าไหร่ อย่างแรกเลยข้อที่จะต้องเปรียบเทียบคือเนื้อหายาวกับเนื้อหาสั้น เนื้อหาแบบไหนเขียนได้เข้าข่าย SEO ในคีย์เวิร์ดที่ Focus มากกว่ากัน

เผื่อมือใหม่จะมองไม่เห็นภาพ จะขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพสักนิด สมมุติว่าวันนี้เราจะทำคีย์เวิร์ดใดคีย์เวิร์ดหนึ่ง เอาเป็น “เลขเด็ด” แล้วกัน คีย์นี้คงรู้กันดีว่าคนที่เขาค้นหา ไม่ได้ต้องการเข้ามาอ่านเรื่องเล่า ไม่ชอบเนื้อหายาว แต่ชอบเข้ามาแล้วเจอเลขเด็ดเพื่อเอาไปเล่นหวยต่อทันที หากค้นหาคำว่าเลขเด็ด แต่เข้ามาเรื่องเนื้อหายาวเป็นนวนิยาย แถมเลขเด็ดก็ดันปะปนอยู่ตามแต่ละส่วนของเนื้อหา ( เพราะคนที่เขียนอาจเข้าใจว่ามันช่วยส่งผลเรื่อง SEO ) ถ้าเข้ามาเจอแบบนี้รับรองว่าเว็บเลขเด็ดที่เขียนเนื้อหายาวจะไม่ได้รับความนิยมแน่นอน คนจะแห่หนีไปเข้าดูเว็บเลขเด็ดอื่นมากกว่า ทีนี้ ลองคิดภาพตาม หากพฤติกรรมคนเข้าเว็บแล้วออกทันที ต่อให้มีเนื้อหายาวเป็นหางว่าว คิดว่าจะสู้เว็บที่แทบนะไม่มีเนื้อหาแต่พฤติกรรมคนเข้าชมเว็บไซต์นานกว่า คลิกแล้วออนไลน์เว็บนั้นแช่แป้งไว้ คิดว่าเว็บไหนจะส่งผลดีกว่ากันในเรื่องของเอสอีโอ… ? คำตอบคือ “ต้องเป็นเว็บกลุ่มหลังอยู่แล้ว”

ถอดความคิดเดิมๆออก เปิดรับธรรมชาติของ SEO

หากใครเป็นนักทำ SEO Onpage แล้วยังมีความเชื่อเดิมๆที่ว่าการเขียนเนื้อหายาวจะส่งผลดี ยิ่งยาวดียิ่ง จะทำอันดับง่ายกว่า หากใครคิดแบบนี้อยู่แนะนำให้เลิกคิดเสีย เพราะมันไม่ต่างจากการทำ SEO Offpage แล้วคิดว่าการสแปมลิงค์จะช่วยให้การทำอันดับง่ายขึ้นนั่นเอง โลกมันมีเปลี่ยนแปลงไปตลอด สิ่งที่จะส่งผลเรื่อง SEO ว่าอะไรจะเป็นตัวชี้วัดความสำคัญ มันคือพฤติกรรมของผู้ใช้ แบบสมัยก่อนเนื้อหายิ่งยาวยิ่งดี เพราะเว็บไซต์สมัยนั้นจะไม่ค่อยมีลูกเล่นเยอะ ช่วงแรกๆคนจะนิยมอ่านบล็อกกันเป็นส่วนใหญ่ การเขียนบทความยาวๆจึงถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน สมัยนี้บางคนเจอเนื้อหายาวๆถึงกับปิดหนี เข้าหาเว็บที่สรุปข้อมูลเป็น VDO มีเพลงฟังไปด้วยแทน หน้าที่ของผู้รับทำ SEO คือรู้จักปรับเปลี่ยน

ทำไม Google ถึงรู้พฤติกรรมผู้ใช้ล่ะ ?

บางคนอาจจะคิดไปอีกว่า Google รู้ได้อย่างไร ก็ในเมื่อการคลิกเข้าเว็บไซต์นั้นมันมีทั้งคนใช้จริงและบอทของเว็บอื่นบางเว็บ แน่นอนว่าการเช็คอาจไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่บอทจะไม่ได้มีการปลอม User Agent ในการเข้ารับชม ส่วนเรื่องเทคนิคการปั่นทราฟฟิคเข้าเว็บนั้น เท่าที่ดูมาเห็นได้ชัดว่าเว็บที่ปั่นทราฟฟิคคนเข้าเว็บเยอะๆไม่ได้ส่งผลเรื่อง SEO สักเท่าไหร่ ดีไม่ดีเว็บโดนแบนด้วยซ้ำไป เรารู้แค่ว่า Search Engine Google ฉลาดมาก สิ่งที่ควรทำมีเพียงอย่างเดียวคือการทำ SEO ดูคำนึงถึงพฤติกรรมผู้ใช้เป็นหลัก เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ Search Engine จะต้องปรับตัวตาม เมื่อเราเข้าใจพฤติกรรมผู้เข้าชมเว็บส่วนใหญ่แล้ว จะทำคีย์เล็ก ขายปุ๋ย อาหารแมว หรือคีย์เวิร์ดใหญ่ FIFA55 ผลบอล ดูหนัง มันก็สามารถทำได้ทั้งหมด ตั้งแต่ผู้เขียนได้ทำ SEO มาหลายปี ยังไม่เคยเห็น Search Engine เจ้าไหนที่ไม่ปรับเปลี่ยนการจัดอันดับไปตามกลไกของพฤิตกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป คงเป็นเรื่องตลกมาก หากผู้เที่ยวชมเว็บไซต์ต้องปรับตัวให้เข้ากับเว็บ Search Engine เมื่อรู้แบบนี้ก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนมุมมองในการทำ SEO ซะล่ะ

Keywords SEO On Page

ความนิยมผิดๆเรื่องคีย์เวิร์ดในเนื้อหาเว็บ

เป็นธรรมดาที่ทุกอย่างต้องมีการเข้าใจผิดกันได้ ไม่เว้นแม้แต่วงการ SEO ก็ตาม ความเข้าใจผิดที่จะพูดถึงในบทความนี้มีเหตุมาจากมีเพื่อนๆ SEO ได้สอบถามผมเข้ามาว่า การทำ SEO On Page ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องใช้คีย์เวิร์ดเป็นคำแรกของไตเติ้ลเว็บและคำแรกของเนื้อหาบทความหรือไม่ เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะเมื่อก่อน การทำอันดับเว็บไซต์ เราจะมีความเชื่อว่าการใส่คีย์เวิร์ดไว้คำแรกของเนื้อหาไตเติ้ลและเนื้อหา จะเป็นจุดโฟกัสสำคัญที่ Search Engine จะให้ความสำคัญของเว็บเรามากกว่าเนื้อหาเว็บอื่นที่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคีย์เวิร์ด เป็นความเชื่อที่ไม่ได้คิดเอาเองซะด้วย มีการทดลองแล้วปรากฎว่ามันได้ผลลัพธ์เป็นแบบนั้นจริง จนทำให้วิธีใส่คีย์เวิร์ดไว้ในคำแรกนิยมใช้กันมาก

ปัจจุบัน การทำวิธีนี้ไม่ได้ผลแล้ว

แต่ทุกอย่างย่อมมีจุดสิ้นสุดลง เมื่อ Google จับไต๋ได้ว่านักทำ SEO เริ่มนิยมทำเว็บแบบนี้มากขึ้น ซึ่งมันไม่ได้แมชกับความเป็นคุณภาพสักเท่าไหร่ หลายคนพยายามเน้นแต่คีย์โดยที่ไม่สามารถสัมพันธ์คีย์เวิร์ดเข้ากับบทความได้เลย Google จึงมีการอัพเดทอัลกอริทึ่มครั้งใหม่โดยลดค่าความสำคัญส่วนนี้ลงไปแทน ดังนั้น ในยุคสมัยนี้ จะใส่ไว้คำแรกของไตเติ้ลและบทความ หรือจะใส่ไว้คำที่ 2 3 4 ก็มีค่าเท่ากันหมด ใครที่ยังคิดจะพยายามสร้างความเชื่อมโยงของบทความให้เข้ากับคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ขึ้นต้นเป็นคำแรกก็ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแล้ว เขียนเรื่องราวลงเว็บของเราแบบสบายๆ ไม่ต้องไปโฟกัสเรื่องพวกนี้ให้เครียด จำได้ว่าในช่วงที่นิยมทำรูปแบบใส่คีย์เวิร์ดเป็นคำแรก เจ้าของเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่รักการทำ SEO เข้าเส้นเลือด ถึงกับต้องมารื้อแก้ไขเว็บยาวๆเป็นเดือนเลยกว่าจะแก้ได้ทุกบทความ สุดท้ายเมื่อ Google ได้ลดค่าความสัมพันธ์เรื่องนี้ลงไป ก็มานั่งคิดขำตัวเองว่าทำอะไรลงไปวะเนี่ย…

SEO พื้นฐาน ดีกว่า SEO เทคนิคเยอะ

ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าการทำ SEO แบบ Basic ไม่ต้องคิดลึกซึ้งให้ปวดหัว ย่อมดีกว่าการทำ SEO สายเทคนิคร้อยพ่อพันแม่มายำไว้ในเว็บของเรา ไม่ว่าจะใช้เทคนิค Redirect เข้าหน้าเว็บเพจต่างๆที่ไม่ซ้ำกัน หรือใช้ nofollow ใส่ลิงค์บางส่วนแบบเอาให้เป๊ะทุกลิงค์ขาออกในเว็บเราที่ไม่ต้องการให้บอทตามไปยังเว็บปลายทาง เพื่อควบคุมลิงค์ออกทั้งเว็บไซต์ของเรา หรือจะเทคนิคอื่นๆที่มีมาไม่ขาดสายในแต่ละยุคสมัยของการทำ SEO แต่ทุกครั้งที่อัลกอริทึ่มของ Search Engine อัพเดทครั้งใหญ่ เว็บที่เทคนิคเยอะก็มักจะอันดับร่วงง่ายกว่าเว็บที่ทำแบบงงๆแต่อยู่บนการทำ SEO พื้นฐานที่ถูกต้อง ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ เอาที่คิดว่าวิธีไหนที่ควรจะทำในเว็บคุณภาพก็ให้ทำ อันไหนไม่รู้ว่ามีผลดีหรือเสียก็ไม่ต้องไปตามกระแสทำ ถ้าอยากทำ SEO สายเทคนิคเยอะๆ ก็ให้ทำเว็บสร้างใหม่ที่พร้อมจะทิ้งได้เสมอ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าเทคนิคที่เราใช้ วันนึงมันจะส่งผลเสียให้เว็บของเรารึปล่าว ซึ่งจากสถิติแล้วถ้าเป็นเทคนิควิชา SEO ทางลัดก็มักจะส่งผลเสียในระยะยาวอยู่แล้ว คิดดีๆก่อนทำอะไรสักอย่างนึงนะ